บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
CHG ปี 2568 โชว์ฟอร์มแรง! รายได้ทะลุ 2,205 ล้าน กำไรสุทธิ 919 ล้าน โตต่อเนื่องแม้เศรษฐกิจโลกผันผวน
P/E 17.52 YIELD 4.73 ราคา 1.48 (0.00%)
CHG ปี 2568 โชว์ฟอร์มแรง! รายได้ทะลุ 2,205 ล้าน กำไรสุทธิ 919 ล้าน โตต่อเนื่องแม้เศรษฐกิจโลกผันผวน
บริษัทโรงพยาบาลจุฬารัตน์จำกัด(มหาชน) หรือ CHG ปิดงบประมาณปี 2568 ด้วยผลงานที่น่าประทับใจ โดยมีรายได้รวมสูงถึง 2,205 ล้านบาท กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) แตะระดับ 1,435 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 919 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเติบโตต่อเนื่องแม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน โดยเฉพาะในไตรมาสแรกของปี 2568 ที่มีสัญญาณชะลอตัวจากเหตุการณ์สงครามและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศทั่วโลก ส่งผลให้จำนวนผู้เข้ารับบริการลดลงอย่างชัดเจน
“แม้รายได้จะชะลอในไตรมาสสาม แต่โครงสร้างธุรกิจใหม่ที่เน้น A-Class และ Greenfield ช่วยดูดซับแรงกดดันได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
ตัวเลขสำคัญที่สะท้อนศักยภาพของโมเดลธุรกิจใหม่คือ ARPOB (รายได้เฉลี่ยต่อผู้ป่วยนอก (OPD) หรือเตียงในโรงพยาบาล) ที่อยู่ที่ 8,200 บาทต่อวัน ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานในตลาด และอัตราการใช้เตียง (Utilization Rate) สำหรับผู้ป่วยใน (IPD) ที่ 64.3% แสดงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในสาขาใหม่ที่เปิดในระยอง แม่ศร และเชิงเทรา ซึ่งต่างก็เป็น Greenfield ที่เน้นกลุ่มผู้ป่วยระดับพรีเมียมและผู้ป่วยต่างชาติ
“รายได้ Core จากบริการรักษาพยาบาลอยู่ที่ 2,180 ล้านบาท ขณะที่ Non-Core ลดลงเหลือเพียง 240 ล้านบาท เนื่องจากเลิกดำเนินงานโรงพยาบาลเมืองพัทยาปลายปี 2567”
แม้รายได้อื่น ๆ จะปรับตัวลดลงจากธุรกิจบริหารโรงพยาบาลเมืองพัทยาที่ถูกเลิกดำเนินการ แต่รายได้หลักจากบริการรักษาพยาบาลยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วย A-Class ที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์การขยายเครือข่ายโรงพยาบาลครบวงจรทั้งในกรุงเทพฯ และภาคตะวันออก โดยเฉพาะศูนย์กลางด้านการรักษาเฉพาะทางอย่าง Stroke Center, Cancer Center และ Hand & Microvascular Surgery ที่เริ่มสร้างจุดแข็งให้กับแบรนด์
“เป้าหมายรายได้ปี 2568 เติบโต 1–2% จากปีก่อนหน้า โดยขับเคลื่อนจากสาขาใหม่และบริการเฉพาะทาง”
งบลงทุนในปี 2568 อยู่ที่ระดับ 800–900 ล้านบาท ซึ่งถูกใช้ไปกับโครงการสำคัญ เช่น การก่อสร้างโรงพยาบาลจุฬารัตน์ระยอง (200 เตียง) การขยายเตียงในโรงพยาบาลจุฬารัตน์สาม (อาคารห้าและหก) และการลงทุนเครื่องมือแพทย์ใหม่เพื่อรองรับการรักษาเฉพาะทาง ขณะเดียวกัน บริษัทยังเผชิญแรงกดดันจากนโยบายรัฐ เช่น การปรับลดอัตราจ่ายค่ารักษาพยาบาลจากระบบประกันสังคม (SSO) โดยเฉพาะรายการผ่าตัดกะเพราะ (Gastric Surgery) ที่มีการชะลอเคสลงอย่างมาก ส่งผลให้รายได้จาก SSO ลดลง 6.4% ในปีดังกล่าว
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- รายได้ไตรมาสแรกปี 2568 เทียบกับปีก่อนหน้าเป็นอย่างไร? รายได้เริ่มต้นปีโตในระดับเดียวกับปีก่อน แต่เริ่มชะลอตัวในไตรมาสสามจากผลกระทบสงครามและภูมิอากาศโลก
- เป้าหมายรายได้ทั้งปี 2568 คือเท่าใด? เบื้องต้นตั้งเป้าเติบโต 1–2% จากปีก่อน โดยขับเคลื่อนจาก A-Class OPD/IPD และสาขาใหม่ เช่น จุฬารัตน์ระยองและแม่ศร
- งบลงทุนปี 2568 ใช้ไปกับอะไรบ้าง? ก่อสร้างโรงพยาบาลจุฬารัตน์ระยอง (200 เตียง), ขยายเตียงในสามอาคารห้า-หก, และลงทุนเครื่องมือแพทย์เฉพาะทาง
- ประกันสังคมมีผลต่อรายได้หรือไม่? มีผล โดยเฉพาะรายการผ่าตัดกะเพราะและโรคเรื้อรัง แต่ CHG ลดความเสี่ยงด้วยการเน้นบริการ High-Intensity Care ที่ไม่พึ่งพาระบบ SSO
- ปัจจัยบวก-ลบในปี 2568 คืออะไร? บวก: คนสูงอายุเพิ่มขึ้น, เปิดสาขาใหม่ใน Greenfield; ลบ: เศรษฐกิจโลกชะลอ, ความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์จากพม่า
ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า CHG ไม่ได้เติบโตด้วยปริมาณเพียงอย่างเดียว แต่เติบโตด้วยคุณภาพของบริการ โครงสร้างเครือข่าย และกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเป็นผู้นำด้าน Healthcare Service Provider โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยระดับพรีเมียมและผู้ป่วยต่างชาติ