https://aio.panphol.com/assets/images/community/16851_CD21FB.png

KLINIQ เติบโตแรง 20.2% ไตรมาส 4 ปี 2568 รายได้ทะลุ 4,001.9 ล้าน กำไรสุทธิแตะ 406.5 ล้าน พร้อมเปิดแผนรุกตลาดเวชสำอาง-ขยายสาขา 9 แห่งในปีนี้

P/E 15.42 YIELD 5.69 ราคา 25.50 (0.00%)

KLINIQ เติบโตแรง 20.2% ไตรมาส 4 ปี 2568 รายได้ทะลุ 4,001.9 ล้าน กำไรสุทธิแตะ 406.5 ล้าน พร้อมเปิดแผนรุกตลาดเวชสำอาง-ขยายสาขา 9 แห่งในปีนี้

บริษัท เดอะคลีนิกค์คลินิกเวชกรรมจำกัด (มหาชน) หรือ KLINIQ โชว์ฟอร์มร้อนแรงในไตรมาสที่ 4 ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) ด้วยการเติบโตของรายได้รวมอย่างต่อเนื่องถึง 20.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมสูงถึง 4,001.9 ล้านบาท จาก 3,551.4 ล้านบาทในปีก่อนหน้า สะท้อนภาพรวมธุรกิจที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งหลังช่วงวิกฤตโควิด-19 โดยเฉพาะจากแนวโน้มการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและความงามอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ กำไรสุทธิของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 12.3% YoY จาก 364.1 ล้านบาท เป็น 406.5 ล้านบาท แสดงถึงความสามารถในการรักษาผลกำไรแม้ในช่วงที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

KLINIQ ไม่ได้เติบโตจากแค่การเปิดสาขาใหม่ แต่เติบโตจากกลยุทธ์ Multi-Brand ที่แท้จริง — ทุกแบรนด์มีจุดยืน ทุกกลุ่มลูกค้าได้รับประสบการณ์เฉพาะตัว”

ความสำเร็จนี้มาจากการขับเคลื่อนของกลยุทธ์หลัก “Multi-Brand Strategy” ที่ครอบคลุมทั้งกลุ่มผู้บริโภคระดับพรีเมียม (The Clinic), กลุ่มกลางถึง Gen Z (Lab X Clinic) และกลุ่มเยาวชนที่เน้นความสะดวกและราคาเข้าถึงได้ (Alclinic) โดยในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ สัดส่วนยอดขายจากแต่ละแบรนด์สะท้อนการกระจายตัวอย่างมีประสิทธิภาพ: The Clinic ยังคงครองสัดส่วนใหญ่ที่ 53% (ลดลงจาก 62% ในปีก่อน) ขณะที่ Lab X Clinic เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 25% และ Agnew Labs แม้ยังไม่มีสัดส่วนชัดเจน แต่เติบโตเร็วถึงประมาณ 15% สะท้อนความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาดเฉพาะทาง

“การลงทุนใน TKQA (ศัลยกรรม) อาจกดดันกำไรชั่วคราว แต่เป็นการวางรากฐานเพื่ออนาคต — การขยายศูนย์ศัลยกรรมในโซนศุภชลาภิบาล-สุขุมวิท ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียว คือจุดหมายปลายทางของกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม”

รายได้จากธุรกิจหลักยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่ม TKQC (คลินิกเวชกรรม) ที่สร้างรายได้รวมสูงถึง 2,998.0 ล้านบาทในปีนี้ และมีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 517.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.7% YoY ขณะที่กลุ่ม TKQA (ศัลยกรรม) เติบโตอย่างรวดเร็วถึง 28% YoY แต่ยังขาดทุนในไตรมาสสุดท้ายจากค่าใช้จ่ายในการขยายตัวอย่างหนัก โดยเฉพาะการเพิ่ม Head Count และ Marketing Budget เพื่อรองรับการเติบโตระยะกลางยาว ซึ่งบริษัทระบุว่าจะเริ่มปรับ margin ได้ในปีถัดไป

“เราไม่ใช่แค่คลินิก — เราคือ Medical Institution ครบวงจรที่รวม Skin Aesthetic, Surgery และ Wellness โดยเน้นความยั่งยืนและเทคโนโลยีขั้นสูง”

ในด้านการบริหารจัดการ บริษัทปรับลดอัตราส่วน SG&A จาก 38.7% ในปีก่อนหน้า เหลือเพียง 37.5% ในปีนี้ สะท้อนประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนคงที่ ขณะเดียวกันยังเร่งนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เช่น AI และ Data Analytics เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าและปรับปรุง Customer Journey อย่างต่อเนื่อง โดยมีระบบ centralized database ที่ครอบคลุมลูกค้าทุกแบรนด์ ทำให้สามารถ Cross-Selling ได้อย่างมีประสิทธิภาพภายในแบรนด์เดียวกัน เช่น The Clinic กับ The Clinic Surgery Center แต่ไม่เน้น Cross-Selling ข้ามแบรนด์เพื่อรักษาเอกลักษณ์ของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • บริษัทขยายสาขาอย่างไร? เน้น Organic Growth เป็นหลัก โดยมีแผนเปิดสาขาใหม่ทั้งปี 2568 จำนวน 9 แห่ง เน้นศูนย์กลางเมืองใหญ่ และยังคงควบคุม Operational Control แบบ 100% แม้มีพาร์ทเนอร์ถือหุ้น 24%
  • มีแผนรุกตลาดเวชสำอางหรือไม่? ใช่ โดยพัฒนา “The Clinic Laboratory (TKQL)” เพื่อผลิตและสนับสนุนผลิตภัณฑ์ในเครือข่าย 80 สาขา พร้อมวางแผนผลิต “Arby’s Clear” สำหรับรักษาสิวอย่างยั่งยืน
  • เป้าหมายปี 2569 เป็นอย่างไร? ตั้งเป้ารายได้เติบโต 20% YoY และปรับปรุง NPM โดยเฉพาะในฝั่ง TKQC เพื่อกลับสู่ระดับ GP Margin เทียบเท่าปีก่อน
  • AI จะเป็นภัยหรือโอกาส? บริษัทมองว่า AI คือ “โอกาสสำคัญ” ไม่ใช่ภัย โดยลงทุนใน R&D และใช้ Data เพื่อปรับปรุงผลลัพธ์ของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
  • เหตุใดกำไรยังขาดทุนใน TKQA แม้รายได้โต? เนื่องจากมีการลงทุนหนักในฝั่งโรงพยาบาล เช่น การเพิ่มบุคลากรและ Marketing Budget เพื่อสนับสนุนการเติบโตระยะยาว
  • ศูนย์ศัลยกรรมใหม่อยู่ที่ไหน? อยู่ในโซน ศุภชลาภิบาล-สุขุมวิท ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยมีแผนอัปเดตข้อมูลเมื่อยืนยันเพิ่มเติม

KLINIQ ไม่เพียงเติบโตด้วยตัวเลขที่น่าประทับใจ แต่ยังวางรากฐานให้แข็งแกร่งในทุกมิติ — จากโครงสร้างแบรนด์ที่หลากหลาย ระบบข้อมูลที่เชื่อมโยงได้ทั้งเครือข่าย การลงทุนในเทคโนโลยี และแผนการขยายสาขาอย่างมีกลยุทธ์ ทั้งหมดนี้ช่วยให้บริษัทเดินหน้าสู่เป้าหมายระยะยาว: การเป็น Medical Institution ครบวงจรที่นำเทคโนโลยีและประสบการณ์ผู้บริโภคมาผสมผสานอย่างลงตัว

โพสต์ล่าสุด