บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
WASH ปิดไตรมาส 4 ปี 2568 ทำรายได้ทะลุ 1,332 ล้าน กำไรสุทธิพุ่ง 55% สู่ All-Time High พร้อมเปิดสาขาใหม่ 100 แห่งในปีนี้
P/E 11.04 YIELD 4.49 ราคา 3.98 (0.00%)
WASH ปิดไตรมาส 4 ปี 2568 ทำรายได้ทะลุ 1,332 ล้าน กำไรสุทธิพุ่ง 55% สู่ All-Time High พร้อมเปิดสาขาใหม่ 100 แห่งในปีนี้
บริษัทลอนดี้ยูจำกัดมหาชน (WASH) ผู้นำธุรกิจร้านสะดวกซักผ้ารายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ปิดไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) ด้วยผลงานที่น่าประทับใจ โดยสามารถทำรายได้รวมสูงถึง 1,332 ล้านบาท เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งถึง 25% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งขึ้นถึง 55% YoY แตะระดับ 38.7 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ยังคงรักษาไว้ได้ที่ 12.2% — ระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท
“เราไม่ได้เติบโตเพราะราคาถูก แต่เติบโตเพราะลูกค้าเชื่อมั่นใน ‘Olympic Standard’ ที่เราสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปีแรก”
จุดเปลี่ยนสำคัญของ WASH ในปีนี้คือการย้ายจาก “ตลาดแดง (Red Ocean)” ไปสู่ “ตลาดน้ำเงิน (Blue Ocean)” โดยเน้นการสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือกว่าผู้ประกอบการรายอื่นอย่างชัดเจน ด้วยมาตรฐานที่ครอบคลุมทั้งความสะอาด บริการ พื้นที่ใช้งาน และระบบสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมพัฒนาแอปพลิเคชันที่เชื่อมโยงระหว่างลูกค้าและพนักงานอย่างไร้รอยต่อ ซึ่งมีฐานผู้ใช้งานแล้วมากกว่า 18.8 ล้านบัญชี — จำนวนที่สะท้อนถึงความจงรักภักดีและความพึ่งพาของลูกค้า
“รายได้จากสาขาเดิมเติบโตต่อเนื่อง (SEM SOCIAL GROWTH) คือหัวใจของกำไรที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่การเปิดสาขาใหม่”
ในแง่โครงสร้างธุรกิจ WASH มีจำนวนสาขาทั้งหมด 512 แห่ง กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคใต้ที่มีแผนขยายเพิ่มเติม เช่น จังหวัดเชียงใหม่ และสงขลา ซึ่งจะเป็นจุดเน้นหลักของการขยายในปีนี้ ขณะที่สัดส่วนการลงทุนในภูมิภาคเดิมยังคงอยู่ที่ประมาณ 50% เพื่อรักษาความสมดุลของเครือข่าย
“เราไม่ได้เปิดสาขาเพื่อเพิ่มพื้นที่ แต่เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ควบคุมได้ — ทุกหน่วยงานต้องผ่านมาตรฐานเดียวกัน”
บริษัทยังคงรักษาโมเดล “Own-Operated” หรือเปิดดำเนินการเองอย่างเข้มงวด เพื่อควบคุมต้นทุนและคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่ WASH กลับสามารถรักษารายได้และกำไรสุทธิไว้ที่ระดับ All-Time High ได้ แม้จะเผชิญแรงกดดันจากค่าพลังงานที่อาจปรับขึ้นในอนาคต โดยในไตรมาสแรกยังคงได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยจากนโยบายรัฐที่ตรึงราคาไฟฟ้าและแก๊สไว้
“การเปิดสาขาใหม่ 100 แห่งในปีนี้ ไม่ใช่แค่ตัวเลข — มันคือการลงทุนในอนาคตที่มีจุดคุ้มทุนภายใน 3 เดือน และคืนทุนภายใน 3–5 ปี”
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- เป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปีนี้คือเท่าใด? — เป้าหมายระยะสั้นคือการเติบโต 20–25% YoY
- เปิดสาขาใหม่กี่แห่งในปีนี้? — มีแผนเปิดเพิ่มอีก 100 สาขา โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่และสงขลา
- จุดคุ้มทุนต่อสาขาเฉลี่ยอยู่ที่เท่าใด? — ใช้เวลาประมาณ 3 เดือนในการคืนทุน (Break-even)
- ระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) คือเท่าใด? — อยู่ที่ 3–5 ปี
- มีแผนพัฒนาแอปพลิเคชันแบบ Subscription Model หรือไม่? — มีแล้ว! แพ็กเกจ “WashClub” พร้อมเปิดตัว โดยลูกค้าสามารถสมัครสมาชิกเพื่อรับส่วนลดตลอดปี
- มีแผนนำเทคโนโลยีมาใช้ในบริการ Delivery หรือ WatchRider หรือไม่? — อยู่ระหว่างศึกษาอย่างจริงจัง โดยย้ำว่าคุณภาพต้องเทียบเท่าสาขาเดิม
- มีแผนติดแอร์ในสาขาใหม่หรือไม่? — มีแผนติดแอร์ใน 100 สาขาภายในปีนี้ โดยหักค่าเสื่อมราคาในระยะเวลา 5 ปี
- มีแผนพัฒนาตู้ล็อกเกอร์หรือบริการรับส่งแบบ Subscription ไหม? — ยังอยู่ในขั้นศึกษาข้อมูล โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์ลูกค้าเป็นหลัก
- มีแผนนำพฤติกรรมลูกค้ามาใช้พัฒนา Micro Lending หรือไม่? — ยังไม่มีแผนในระยะสั้น เน้นบริการให้สะดวกสบายเป็นหลัก
- อัตราเติบโตของรายได้จากบริการซักอบพับ/รีดผ้าคือเท่าใด? — ขยายตัวเพิ่มขึ้น 12% YoY
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ WASH ในการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน ควบคู่กับการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยไม่ได้พึ่งพาเพียงจำนวนสาขาหรือราคาถูก แต่อาศัย “ประสบการณ์” และ “มาตรฐาน” เป็นอาวุธหลักในการแข่งขันในตลาดที่มีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาเน้น “Passive Income” อย่างต่อเนื่อง