บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
AWC กำไร Q4/25 เป็นไปตามคาด KSS ยังคงแนะนำ "ซื้อ"
P/E 10.33 YIELD 3.88 ราคา 2.06 (0.00%)
text-primary ไฮไลท์สำคัญ
AWC รายงานผลประกอบการ 4Q25 เป็นไปตามที่ Krungsri Securities (KSS) คาดการณ์ไว้ โดย KSS ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย 2.75 บาท คาดกำไรปี 2026F จะเร่งตัวขึ้น 20% YoY จากการฟื้นตัวของ RevPAR และการรับรู้ประโยชน์เต็มปีจากโครงการขยายโรงแรมที่แล้วเสร็จในปีที่ผ่านมา
text-primary ผลประกอบการ 4Q25
กำไรหลัก 4Q25 ทรงตัว YoY แต่เพิ่มขึ้น 135% QoQ มาอยู่ที่ 693 ล้านบาท ตามที่ KSS คาดการณ์ไว้ รายได้โรงแรมใน 4Q25 เติบโต 8% YoY และ 31% QoQ สู่ 3.6 พันล้านบาท หนุนจาก RevPAR ที่ติดลบน้อยลงเหลือ -8% YoY (จาก -18% ใน 3Q25) และจำนวนห้องพักเพิ่มขึ้น 16% YoY เป็น 6,836 ห้อง หลังการขยายโรงแรมในช่วงที่ผ่านมา รายได้ธุรกิจให้เช่าพื้นที่เพิ่มขึ้น 21% YoY และ 4% QoQ จากโครงการรีโนเวท โดยเฉพาะที่เอเชียทีค ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการเช่าและค่าเช่า อัตรากำไร EBITDA ขยับขึ้นเล็กน้อยเป็น 37.8% (จาก 37.5% ใน 4Q24) จาก operating leverage ตามการเติบโตของรายได้ แม้ถูกกดดันบางส่วนจากดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้น 17% YoY จากภาระหนี้ที่สูงขึ้นเพื่อรองรับโครงการใหม่ กำไรหลักทั้งปี 2025 อยู่ที่ 1.94 พันล้านบาท สอดคล้องกับประมาณการของ KSS
text-primary แนวโน้มปี 2026F
KSS คาดกำไรหลักปี 2026F จะเร่งตัวเติบโต 20% YoY อยู่ที่ 2.3 พันล้านบาท จากที่เติบโตเพียง 5% YoY ในปี 2025 หนุนจากแนวโน้มยอดจองล่วงหน้าที่ฟื้นตัว และการรับรู้รายได้เต็มปีจากโรงแรมที่ขยายแล้วในปีก่อน สำหรับ 1Q26F คาดยอดจองและรายได้เติบโตระดับสองหลัก โดยเฉพาะช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา ซึ่งยอดจองรวมทั้งพอร์ตเพิ่มขึ้น 17% YoY ปลายทางหลักเติบโตแข็งแกร่ง อาทิ กระบี่ (+32%), เชียงใหม่ (+25%) และภูเก็ต (+24%) ขณะที่โรงแรมในกรุงเทพฯ คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวจาก RevPAR ที่ติดลบสองหลักในปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกลุ่มประชุมสัมมนา (MICE) และอุปสงค์จากภาคธุรกิจที่ปรับดีขึ้น
text-primary คำแนะนำและราคาเป้าหมาย
KSS ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ด้วยราคาเป้าหมาย 2.75 บาท โดยมีปัจจัยหนุนจากแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่ง การฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว และอานิสงส์จาก operating leverage ที่สูง KSS คาดกำไรจะเติบโตเฉลี่ยราว 20% ต่อปี ซึ่งจะช่วยขยายฐานกำไรและหนุนการ re-rating ของหุ้น ส่งผลให้ PER มีแนวโน้มลดลงสู่ระดับ 20 เท่าในปี 2028F จากปัจจุบันราว 30 เท่า ความเสี่ยงสำคัญยังคงเป็นความล่าช้าในการพัฒนาโครงการใหม่ ซึ่งอาจกระทบต่อประมาณการการเติบโตในระยะถัดไป