บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
FM ปี 2568: รายได้ลดเล็กน้อยแต่กำไรยังรักษาระดับสูง จุดเปลี่ยนจากไก่ดิบสู่ “CAV” และ “อาหารสัตว์เลี้ยง”
P/E 5.72 YIELD 8.97 ราคา 3.90 (0.00%)
FM ปี 2568: รายได้ลดเล็กน้อยแต่กำไรยังรักษาระดับสูง จุดเปลี่ยนจากไก่ดิบสู่ “CAV” และ “อาหารสัตว์เลี้ยง”
บริษัทฟู้ดโมเมนต์จำกัดมหาชน (FM) ปิดงบประมาณปี 2568 ด้วยภาพรวมที่น่าจับตา: รายได้รวมลดลงเล็กน้อยจาก 7,340 ล้านบาทในปีก่อนหน้า เหลือเพียง 7,145 ล้านบาท แม้จะดูผิดหวังในเชิงตัวเลข แต่กลับมาพร้อมกับสัญญาณบวกที่ชัดเจน — กำไรสุทธิยังคงอยู่ที่ระดับ 970 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้าที่ 980 ล้านบาท และอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin) พุ่งขึ้นสู่ 11.4% จาก 10.6% ในปีก่อน สะท้อนความมุ่งมั่นในการควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง
“รายได้รวมอาจลดลง แต่กำไรยังรักษาระดับสูง เพราะเราเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจไปสู่ไก่แปรรูปที่มีมูลค่าเพิ่ม”
หัวใจของความสำเร็จอยู่ที่การแยกโครงสร้างรายได้ระหว่าง “Core Business: CAV (ไก่แปรรูปปรุงสุก)” กับ “Non-Core Business: Raw Meat (ไก่ดิบ)” ซึ่งสะท้อนชัดในตัวเลข: ธุรกิจ CAV มีรายได้ 3,016 ล้านบาท คิดเป็น 42% ของยอดขายรวม และมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 15.8% สูงกว่าไก่ดิบที่อยู่ที่ 14.7% แม้จะมีรายได้น้อยกว่า (4,129 ล้านบาท หรือ 58%) แต่กลับเป็นเครื่องยนต์หลักของกำไรจากการดำเนินงาน
“CAV ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ที่ขายได้ดี แต่คือหัวใจของกลยุทธ์ Jump Plus ที่เปลี่ยนโมเดลธุรกิจจากต้นทุนสูงไปสู่มูลค่าเพิ่ม”
ความสำเร็จด้านต้นทุนสะท้อนผ่านตัวเลขอีกหลายจุด: อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวขึ้นจาก 14.9% เป็น 15.3% และอัตราค่าใช้จ่ายการบริหารจัดการ (SG&A) ลดลงเหลือเพียง 3.9% จาก 4.3% ในปีก่อน ขณะเดียวกัน อัตราภาษีเงินได้จริง (Effective Tax Rate) ก็ปรับตัวลดลงจาก 16.8% เหลือ 16.0% แสดงถึงการบริหารภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ
“เราไม่ได้แข่งด้วยราคา แต่แข่งด้วยมูลค่าเพิ่ม และพลังงานสะอาด”
กลยุทธ์การลดต้นทุนไม่ได้มาจากการลดคุณภาพ แต่เกิดจากนวัตกรรม เช่น การนำพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) มาใช้แทนไฟฟ้าในโรงงานหลายแห่ง ส่งผลให้อัตราค่าใช้จ่ายพลังงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ บริษัทยังปรับโครงสร้างการผลิตเพื่อลดของเสีย (waste) และบริหารโลจิสติกส์และค่าแรงพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะเผชิญกับปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบอาหารสัตว์ เช่น กากถั่วเหลืองและข้าวโพด ในช่วงปลายปี 2568 ซึ่งทำให้ต้องเพิ่มสต๊อกไก่ดิบไว้ล่วงหน้า
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- ทำไมรายได้รวมถึง 7,145 ล้านบาท แม้จะมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น? เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนบาทอ่อนค่าเฉลี่ยที่ 32.9 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ ส่งผลให้รายได้สินค้าส่งออกที่เกิดจากดอลลาร์สหรัฐฯ มีมูลค่าลดลง
- CAV จะเติบโตได้มากน้อยแค่ไหนในปี 2569? คาดการณ์ว่าจะเติบโต 10–14% จากความต้องการของตลาดยุโรปและญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงจะเริ่มดำเนินงานเมื่อไหร่? มีแผนสร้างโรงงานใหม่ด้วยแนวทาง “Build Own Facility” และเตรียมพร้อมเริ่มดำเนินงานภายในปี 2569–2570
- การแข่งขันจากสหรัฐฯ จะกระทบหรือไม่? บริษัทไม่มีการส่งออกไก่ไปยังอิหร่านหรืออิสราเอล จึงไม่มีผลกระทบโดยตรง แต่ต้องเฝ้าระวังต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ
- ตลาดญี่ปุ่นหดตัวใน Q3–Q4 2568 ผลกระทบอย่างไร? การนำเข้าไก่ไทยลดลงชั่วคราวจากภาวะเศรษฐกิจและการแข็งค่าของเยน แต่มีแผนพัฒนาเมนูใหม่ที่ปรับต้นทุนและรักษามาตรฐาน
- อาหารสัตว์เลี้ยงจะเป็น “เครื่องยนต์การเติบโตหลัก” ได้จริงหรือ? บริษัทมองว่ามีศักยภาพสูงจากเทรนด์ประชากรสัตว์เลี้ยงในไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมเป้าหมายยอดขายรวมถึง 10,000 ล้านบาทภายใน 3 ปีข้างหน้า
ทั้งหมดนี้คือภาพสะท้อนของบริษัทที่ไม่ได้หวังแค่การรักษาตัวเลข แต่กลับมองไกลถึง “จุดเปลี่ยน” — จากไก่ดิบสู่ไก่แปรรูป และจากธุรกิจเดิมสู่ “อาหารสัตว์เลี้ยง” ที่พร้อมจะกลายเป็นเครื่องยนต์การเติบโตหลักในระยะยาว ด้วยกลยุทธ์ Jump Plus ที่มีตัวเลขสนับสนุนอย่างชัดเจน และแผนการจัดการความเสี่ยงที่รอบคอบ ไม่ว่าจะเป็นอัตราแลกเปลี่ยน, นโยบายรัฐ, หรือเหตุการณ์ภัยพิบัติโลก