https://aio.panphol.com/assets/images/community/15468_E47ECA.png

MFEC ปี 2568 โชว์ฟอร์มร้อนแรง: รายได้แตะ 6,800 ล้าน กำไรสุทธิยังคงที่ 234.8 ล้าน พร้อม Backlog ก้าวกระโดดสู่ 8,000 ล้าน

P/E 9.97 YIELD 8.93 ราคา 5.60 (0.90%)

MFEC ปี 2568 โชว์ฟอร์มร้อนแรง: รายได้แตะ 6,800 ล้าน กำไรสุทธิยังคงที่ 234.8 ล้าน พร้อม Backlog ก้าวกระโดดสู่ 8,000 ล้าน

บริษัท เอ็มเอฟอีซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC ผู้นำด้านเทคโนโลยีสารสนเทศครบวงจร โชว์ศักยภาพเติบโตอย่างมั่นคงในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีรายได้รวมแตะระดับ 6,800 ล้านบาท พร้อมรักษาระดับกำไรสุทธิไว้ที่ 234.8 ล้านบาท แม้จะไม่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า แต่สะท้อนถึงความมั่นคงของธุรกิจที่ควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังคงรักษาสัดส่วนกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) ไว้ที่ระดับ 202 ล้านบาท ซึ่งถือเป็น Core Profit หลักที่คิดเป็นสัดส่วนกว่า 89% ของกำไรรวม แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักที่ไม่ได้พึ่งพาการขายเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว

"เราไม่ได้ขายไอที เราขายโซลูชันที่เหมาะสมกับต้นทุนและวิกฤตเศรษฐกิจของลูกค้า"

จุดเปลี่ยนสำคัญของ MFEC คือการเปลี่ยนบทบาทจากผู้ขายเทคโนโลยี มาเป็น “ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีที่ไว้ใจได้” (Trusted Advisor) โดยเน้นลูกค้าหลักในอุตสาหกรรมชั้นนำอย่างธนาคาร ซึ่งครองสัดส่วนรายได้ถึงประมาณ 60% ตามด้วยพลังงานและโทรคมนาคม ทำให้สามารถสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว และเพิ่ม Backlog สู่ระดับ 8,000 ล้านบาท ณ สิ้นปีงบประมาณ ซึ่งถือเป็นตัวบ่งชี้แนวโน้มรายได้ในอนาคตอย่างชัดเจน

"Backlog ที่ 8,000 ล้านไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือความมั่นใจว่าธุรกิจจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง"

สัดส่วนรายได้แบบคงที่ (Recurring Revenue) เพิ่มขึ้นเป็น 62% สะท้อนความสำเร็จในการพัฒนาโมเดลธุรกิจแบบ Subscription และ Platform ที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มบริการด้าน AI ที่เริ่มเห็นผลชัดเจนในปี 2567–2568 แม้จะยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น แต่รูปแบบรายได้แบ่งเป็นสองเส้นทางหลัก: Platform Subscription สำหรับตลาดมวลชน และ Private AI ที่ให้บริการเฉพาะลูกค้ารายใหญ่พร้อม Maintenance และ Service ต่อเนื่อง

"AI ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ แต่คือเครื่องมือที่เราใช้สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจอย่างยั่งยืน"

การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพยังคงเป็นหัวใจสำคัญ ด้วยการพัฒนา Internal Tools เช่น ERP และระบบอัตโนมัติ (Automation) ที่ช่วยลดสัดส่วนต้นทุนแรงงาน (mandate HR) จากเดิม 24% เหลือเพียง 42% แม้จะดูขัดแย้งกัน แต่สะท้อนถึงการปรับโครงสร้างองค์กรให้คล่องตัวและลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว นอกจากนี้ บริษัทยังมี Non-Core Profit จากบริษัทย่อยและ Venture ภายใต้ Synergy Group อยู่ที่ 32.8 ล้านบาท หรือประมาณ 11% ของกำไรรวม แสดงถึงศักยภาพในการขยายพอร์ตการลงทุนในอนาคต

"เรายังไม่หยุดแค่ขายบริการ เราจะสร้าง IP และ Platform ที่ลูกค้าอยากกลับมาใช้ซ้ำ"

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • Backlog 8,000 ล้านบาท มี Margin เท่าใดเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า? — แม้รายได้ในปี 2567 จะไม่ได้ระบุโดยตรง แต่ Margin ของ Backlog เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 16% จากการเติบโตของโปรเจกต์ขนาดใหญ่ (Non-Recurring) และการลดต้นทุนผ่าน Automation
  • กลยุทธ์รักษาความยั่งยืนของ Backlog คืออะไร? — ขยายตลาดสู่ New Territories, เพิ่มจำนวนเซลล์ และลงทุนสร้างบริการแบบ Recurring เช่น Subscription
  • เป้าหมายรายได้ในระยะยาวคือเท่าใด? — เป้าหมายกำไรสุทธิในปี 2571 (ค.ศ. 2028) อยู่ที่ 400 ล้านบาท โดย AI จะกลายเป็น Driver รายได้หลัก
  • กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงด้านบุคลากร? — เสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ให้พนักงานเผชิญกับ Challenge เช่น โปรเจกต์กับลูกค้ารายใหญ่ เพื่อสร้าง Growth Mindset และลดปัญหาการรับสมัคร-ปลดออก
  • AI Driven Business มีแผนเติบโตอย่างไร? — เริ่มจาก “Start Small” → Extend → Renew โดยเน้นรายได้จาก Platform Subscription และ Private AI ที่มี MA และ Service ต่อเนื่อง

MFEC ไม่เพียงเติบโตในตัวเลข แต่ยังเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจให้ยั่งยืนด้วยการสร้างความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลูกค้า ควบคู่กับการลงทุนใน IP และระบบอัตโนมัติ พร้อมวางรากฐานให้ AI เป็นหัวใจของรายได้ในระยะยาว แม้เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัว แต่ Backlog 8,000 ล้านบาท และสัดส่วน Recurring Revenue 62% คือสัญญาณชัดเจนว่า MFEC ไม่ใช่แค่ผู้รับเหมา แต่คือ “ผู้นำทางดิจิทัล” ที่ลูกค้าเลือกไว้ใจ

โพสต์ล่าสุด