บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
SNC พลิกกำไร! ปี 68 โกยรายได้ 9.6 พันล้าน โต 10% OEM หนุน
P/E 4.16 YIELD 0.00 ราคา 7.15 (0.00%)
ไฮไลท์สำคัญ:
SNC ฟอร์เมอร์ (SNC) ประกาศผลประกอบการปี 2568 สุดปัง! พลิกจากขาดทุนเป็นกำไรสุทธิ 476 ล้านบาท รายได้รวมพุ่ง 9,614 ล้านบาท โต 10% กลุ่ม OEM เครื่องใช้ไฟฟ้าหนุน จากอานิสงส์คำสั่งซื้อเครื่องปรับอากาศทะลัก พร้อมรับรู้รายได้นิคมอุตสาหกรรมเต็มสูบ
ผลงานปี 68: รายได้โต กำไรพุ่ง
SNC ฟอร์เมอร์ เผยผลประกอบการปี 2568 มีรายได้รวม 9,614 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปี 2567 ที่ทำได้ 8,732 ล้านบาท และที่สำคัญคือ พลิกกลับมามีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 476 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 94 ล้านบาทในปีก่อนหน้า การเติบโตนี้มาจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะ:
- กลุ่มธุรกิจ OEM: รายได้เพิ่มขึ้นถึง 1,224 ล้านบาท (+25%) จากการขยายตัวของคำสั่งซื้อเครื่องปรับอากาศ
- กลุ่มธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม (IE): เริ่มรับรู้รายได้ 54 ล้านบาทในไตรมาส 4/2568
- กำไรจากการขายทรัพย์สิน: รับรู้กำไรจากการขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้ใช้งานถึง 661 ล้านบาท (กำไรสุทธิหลังภาษี 529 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม บางกลุ่มธุรกิจยังคงเผชิญความท้าทาย:
- กลุ่มงาน AUTO: รายได้ลดลง 39 ล้านบาท (-5%) จากคำสั่งซื้อที่ชะลอตัว
- กลุ่มงาน EA PART: รายได้ลดลง 416 ล้านบาท (-13%) จากยอดขายชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศที่ลดลง
วิเคราะห์เจาะลึก: อะไรคือปัจจัยขับเคลื่อน?
การเติบโตของ SNC ในปี 2568 มาจากหลายปัจจัยผสมกัน กลุ่ม OEM คือพระเอกขี่ม้าขาว ด้วยคำสั่งซื้อเครื่องปรับอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการนิคมอุตสาหกรรมก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนผลประกอบการให้แข็งแกร่งขึ้น
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลงถึง 29 ล้านบาท (-15%) จากการลดหนี้สินและอัตราดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตาม SNC ยังต้องเผชิญกับความท้าทายในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม AUTO และ EA PART ที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของคำสั่งซื้อและยอดขาย
สรุปและแนวโน้ม: SNC จะไปในทิศทางไหน?
โดยรวมแล้ว ผลประกอบการปี 2568 ของ SNC ถือว่า ประสบความสำเร็จในการพลิกฟื้นธุรกิจ กลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง แรงหนุนจากกลุ่ม OEM และการรับรู้รายได้จากนิคมอุตสาหกรรมเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโต
อย่างไรก็ตาม SNC ยังต้อง เผชิญกับความท้าทาย ในการบริหารจัดการกลุ่มธุรกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป