https://aio.panphol.com/assets/images/community/15009_A85A24.png

STANLY กำไรปี 69 โตแรง! อานิสงส์ลดต้นทุนหนุน "ถือ" รับปันผล 8%

P/E 7.89 YIELD 6.08 ราคา 197.50 (0.00%)

text-primary MST ปรับราคาเป้าหมาย STANLY ขึ้นเป็น 183 บาท มองกำไรปี 69 โตจากการลดต้นทุนและปันผลจากบริษัทร่วม พร้อมแนะ "ถือ" รับผลตอบแทนปันผลสูงถึง 8%

ไฮไลท์สำคัญ

MST (Maybank Securities (Thailand) PCL) ยังคงคำแนะนำ "ถือ" สำหรับหุ้น STANLY (Thai Stanley Electric) แต่ได้ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 183 บาท จากเดิม 162 บาท โดยมีเหตุผลหลักมาจากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรหลักปี 2569/70 ขึ้น 18%/25% เพื่อสะท้อนอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่สูงขึ้น และรายได้จากเงินปันผลจากบริษัทร่วม

MST มอง STANLY เติบโตจากอะไร

แม้ MST คาดการณ์ว่ายอดขายของ STANLY จะลดลง 5%/2% YoY ในปี 2569/70 จากภาวะตลาดรถยนต์ที่ยังอ่อนแอ แต่คาดว่ากำไรหลักจะเติบโต 12%/2% จากการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน โดย STANLY มีแผนที่จะลดต้นทุนอย่างต่อเนื่องผ่านการนำระบบอัตโนมัติมาใช้ ลดจำนวนพนักงาน และจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งใหม่ นอกจากนี้ MST ยังมองว่าเงินปันผลจากบริษัทร่วมมีความยั่งยืนในระยะถัดไป โดย STANLY มั่นใจว่าจะได้รับเงินปันผลราว 75 ล้านบาทต่อปีจากบริษัทร่วม Asian Stanley

ข้อสังเกตและประเด็นที่น่าสนใจ

  • MST ปรับเพิ่มประมาณการ GPM ปี 69/70 เป็น 22.6%/23.2% จากเดิม 21.1%/20.0%
  • MST คาดการณ์เบื้องต้นเงินปันผลครึ่งหลังปี 69 ที่ 7.0 บาทต่อหุ้น ทำให้เงินปันผลทั้งปี 69 อยู่ที่ 15.4 บาทต่อหุ้น (+28% YoY)
  • MST ประเมินมูลค่าหุ้น STANLY ด้วยวิธี DDM (Dividend Discount Model) โดยมี Cost of Equity (COE) ที่ 10.4% และ Growth rate (g) ที่ 2.0%

สรุป

MST ยังคงแนะนำ "ถือ" หุ้น STANLY โดยมองว่ามีปัจจัยสนับสนุนจากอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่น่าสนใจราว 8% และค่า P/FCF ปี 69 ที่ 4.5 เท่า ซึ่งได้แรงหนุนจากความต้องการลงทุน (capex) ที่ต่ำและสถานะปลอดหนี้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรพิจารณาถึงความเสี่ยงจากภาวะตลาดรถยนต์ที่อ่อนแอและการแข่งขันที่สูงขึ้นจากรถยนต์ไฟฟ้าจีน

โพสต์ล่าสุด