https://aio.panphol.com/assets/images/community/14606_D174BA.png

TISCO ปี 2568 กำไรสุทธิหดตัว 3.5% แต่ Core Profit พุ่ง 6.7% จากโมเดล F&I และการพลิกโฉมด้วย AI

P/E 13.65 YIELD 6.83 ราคา 113.50 (0.00%)

TISCO ปี 2568 กำไรสุทธิหดตัว 3.5% แต่ Core Profit พุ่ง 6.7% จากโมเดล F&I และการพลิกโฉมด้วย AI

ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) หุ้น TISCO รายงานผลประกอบการที่สะท้อนภาพเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โดยกำไรสุทธิหดตัวลง 3.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ค่าใช้จ่ายสำรอง (Provision) พุ่งขึ้นถึง 70% เมื่อเทียบ YoY ซึ่งเป็นแรงกดดันสำคัญต่อผลกำไรสุดท้าย อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังมีจุดแข็งเด่นชัดในส่วนของ “กำไรจากการดำเนินงาน” (Pre-Provision Operating Profit) ที่เติบโตได้ถึง 6.7% แม้จะเผชิญภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงสูง สะท้อนความมั่นคงของโมเดลธุรกิจที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ

“แม้กำไรสุทธิจะลดลง แต่ Core Profit โต 6.7% แสดงว่าธุรกิจหลักยังมีโมเมนตัมแข็งแกร่ง — นี่คือจุดเปลี่ยนที่ TISCO เปลี่ยนจาก ‘ขยายสาขา’ มาเป็น ‘เพิ่มประสิทธิภาพสาขาเดิม’ อย่างแท้จริง”

ตัวเลขสำคัญที่น่าจับตาคือสัดส่วนสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เพิ่มขึ้นเป็น 40% ของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อในปี 2568 พร้อมกับการขยาย Penetration ของโมเดล F&I Solution จาก 25% ในปี 2567 ไปสู่ 36% ในปี 2568 ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยผลักดันรายได้และเพิ่มคุณภาพลูกค้า โดยเฉพาะในกลุ่ม OEM ที่ร่วมมือกันผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลครบวงจร

“การใช้ AI และระบบ AI Coach ไม่ได้หมายถึงลดพนักงาน แต่คือการเปลี่ยนบทบาทให้พนักงานกลายเป็น ‘agentive coach’ ที่บริหารลูกค้าได้อย่างชาญฉลาดและรวดเร็วขึ้น”

ในด้านต้นทุน บริษัทปรับลดค่าใช้จ่ายบริหารลง 2.6% แม้จะมีการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น ส่วนอัตรากำไรสุทธิ (NIM) ยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 4.8% แม้จะเผชิญแรงกดดันจากดอกเบี้ยนโยบายที่ผันผวน ขณะเดียวกัน อัตราสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 2.29% จากการปรับระดับสำรองกลับสู่ภาวะปกติที่ 1% ของสินเชื่อรวม ซึ่งเป็นการรักษาความปลอดภัยของพอร์ตสินเชื่อในระยะยาว

“NPL เพิ่มขึ้นไม่ใช่เพราะคุณภาพแย่ลง แต่เป็นเพราะ TISCO ตั้งสำรองให้เหมาะสมกับความเสี่ยง — นี่คือการ ‘ปรับสมดุล’ ที่ชาญฉลาด”

ในปี 2569 บริษัทวางเป้าหมาย ROE อยู่ในช่วง 15–17% โดยคาดว่าจะเป็นจุดต่ำสุดของผลประกอบการในปี 2568 และเริ่มฟื้นตัวในช่วงกลางถึงปลายปี พร้อมทั้งยังคงเน้นการเติบโตแบบยั่งยืนในกลุ่มสินเชื่อคุณภาพสูง โดยเฉพาะ EV และไฮเปอร์เชสที่มีการควบคุมภาระหนี้ได้ดี ขณะเดียวกัน สินเชื่อรถยนต์มอเตอร์ไซค์และยูสคาร์มีศักยภาพเติบโตสูงถึง 18.8% และ 7.4% ตามลำดับในช่วงมอเตอร์โชว์ปลายปี

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • Q: เหตุผลที่ NPL เพิ่มขึ้นในปี 2568 คืออะไร?
    A: จากการปรับระดับสำรองกลับสู่ภาวะปกติ (1%) โดยเฉพาะจากสินเชื่อจำนำทะเบียนและเช่าซื้อรถยนต์ที่เคยมีภาระหนี้สูงในช่วงก่อนโควิด ซึ่งไม่ได้หมายถึงคุณภาพสินเชื่อแย่ลงแต่เป็นการปรับสมดุลความเสี่ยงให้เหมาะสม
  • Q: ROE ในปี 2569 จะอยู่ในเกณฑ์ใด?
    A: เป้าหมาย ROE อยู่ในช่วง 15–17% โดยคาดว่าจะเป็น “bottom” ของผลประกอบการในปี 2568 และเริ่มฟื้นตัวในปีถัดไป
  • Q: การใช้ AI มีผลต่อโครงสร้างพนักงานอย่างไร?
    A: AI จะไม่ใช่เครื่องมือลดจำนวนพนักงานแต่จะเป็น “agentive coach” เพื่อเสริมสร้างทักษะพนักงาน โดยเฉพาะในด้านการบริการลูกค้าและการขายผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยให้พนักงานทำงานได้มีประสิทธิภาพและลดภาระงานซ้ำซ้อน
  • Q: มีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์หรือไม่?
    A: มีความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางที่อาจกระทบต่อราคาน้ำมัน และภาระหนี้ลูกค้ากลุ่มรถยนต์ไอซ์ แต่บริษัทมีพอร์ต EV สูงถึง 20% และมีระบบ AI ช่วยประเมินความเสี่ยงได้ละเอียด
  • Q: ECL จะยังคงสูงเหมือนปี 2568 หรือไม่?
    A: ECL จะปรับตัวตามสถานการณ์เศรษฐกิจ โดยมี “management overlay” เผื่อไว้ในช่วง 1–1.2% เพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาด
  • Q: สินเชื่อเช่าซื้อจะโตต่อไหม?
    A: จะโตต่อในระดับปานกลาง โดยเฉพาะในช่วงมอเตอร์โชว์ปลายปี มอเตอร์ไซค์และยูสคาร์มีศักยภาพเติบโตสูงถึง 18.8% และ 7.4% ตามลำดับ
  • Q: เป้าหมายระยะยาวของ TISCO คืออะไร?
    A: พัฒนาเป็นสถาบันการเงินครบวงจรที่ตอบโจทย์ “ลูกค้าตลอดชีวิต” โดยเน้น Wealth Management, Health Insurance และ Financial Inclusion

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า TISCO ไม่ได้เพียงแค่ “รับมือกับภาวะเศรษฐกิจ” แต่กลับใช้ช่วงเวลาแห่งความท้าทายในการพลิกโฉมโมเดลธุรกิจอย่างลึกซึ้ง โดยยึดหลัก “คุณภาพ > ปริมาณ” และ “เทคโนโลยี > ต้นทุน” ทำให้แม้ในปีที่กำไรสุทธิหดตัว แต่โครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจกลับแข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

โพสต์ล่าสุด