https://aio.panphol.com/assets/images/community/14525_29D5EC.png

CPF กำไร Q4/25 ชะลอตัว แต่เวียดนามหนุนปี 2569, BYD ปรับเป้าเป็น 24 บาท

P/E 6.15 YIELD 4.74 ราคา 21.30 (0.00%)

โบรกเกอร์ BYD คาดการณ์กำไรสุทธิของ CPF ใน Q4/25 ชะลอตัวลง -61% q-q เหลือ 2.03 พันล้านบาท แต่ปรับประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้น 8% เป็น 2.02 หมื่นล้านบาท พร้อมคงคำแนะนำ "ถือ" และให้ราคาเป้าหมายใหม่ 24.00 บาท

ไฮไลท์สำคัญ

  • กำไร Q4/25 ชะลอตัว: คาดกำไรสุทธิลดลง -61% q-q เหลือ 2.03 พันล้านบาท จากราคาสุกรที่ลดลงและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ลดลง
  • เวียดนามเป็น Catalyst: ราคาสุกรในเวียดนามที่ปรับตัวขึ้นจะเป็นปัจจัยหนุนผลการดำเนินงานใน 1Q26E
  • ความท้าทาย: นโยบายของ Trump, ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และเงินบาทแข็งค่า เป็นปัจจัยที่ต้องจับตา

ผลกระทบต่อผลประกอบการ

แม้ต้นทุนข้าวโพดเฉลี่ยใน 4Q ลดลง -5% q-q แต่ราคาสุกรเฉลี่ยลดลง -11% q-q ส่งผลให้รายได้ลดลง -6% q-q เหลือ 1.3 แสนล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลงจาก 16.5% เหลือ 14.8% นอกจากนี้ ส่วนแบ่งกำไรจาก CTI, CPAXT และ CPALL ก็ลดลงตาม SSSG ที่อ่อนแอ

อย่างไรก็ตาม ราคาสุกรในเวียดนามที่ปรับขึ้นแตะ 70,000 - 72,000 VND/kg จะเป็น ปัจจัยบวก สำคัญสำหรับผลการดำเนินงานใน 1Q26E หากราคายืนเหนือ 65,000 VND/kg ได้ต่อเนื่อง จะช่วยหนุนผลประกอบการในปี 2569

ความเสี่ยง: ราคาสุกรในจีนยังตกต่ำ ธุรกิจในจีนยังต้องใช้เวลาฟื้นตัว และราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์อย่างกากถั่วเหลืองเริ่มปรับขึ้น

ข้อสังเกต

BYD ปรับประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้น 8% เป็น 2.02 หมื่นล้านบาท โดยปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นขึ้นจาก 13.8% เป็น 14.3% เพื่อสะท้อนราคาสุกรในเวียดนามที่ปรับขึ้น

เศรษฐกิจโลกปี 2569 มีความท้าทายจากนโยบายของ Trump และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ CPF มีกลยุทธ์กระจายฐานการผลิตไปทั่วโลก โดยเน้นการผลิตและขายในประเทศมากกว่าการส่งออก ช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวได้

สรุป

BYD คงคำแนะนำ "ถือ" สำหรับ CPF โดยให้ราคาเป้าหมายใหม่ 24.00 บาท (จากเดิม 22.00 บาท) อิง PER ปี 2569 ที่ 10.0 เท่า แม้ผลประกอบการมีแนวโน้มชะลอตัวจากปีก่อน แต่ราคาสุกรในเวียดนามที่ปรับขึ้นเป็น ปัจจัยบวก ที่ช่วยหนุนผลการดำเนินงานในอนาคต

โพสต์ล่าสุด