https://aio.panphol.com/assets/images/community/14450_A197C1.png

STANLY: FSSIA คาดการณ์กำไร Q3/26 อ่อนตัว แต่ยังคงแนะนำ "ซื้อ"

P/E 7.61 YIELD 6.30 ราคา 190.50 (0.00%)

ไฮไลท์สำคัญ

FSSIA คาดการณ์กำไรของ STANLY ในไตรมาส 3 ปี 2569 จะอ่อนตัวลงเล็กน้อย แต่อัตรากำไรขั้นต้นยังคงแข็งแกร่ง จากการปรับโครงสร้างและการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โบรกเกอร์ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยมีราคาเป้าหมายที่ 220 บาท

การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์

การผลิตรถยนต์ในประเทศไทยเริ่มฟื้นตัว โดยมีแรงหนุนจากการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ภายใต้มาตรการ EV3.0 และความต้องการในประเทศที่เพิ่มขึ้น ยอดการผลิตรถยนต์ BEV คิดเป็น 7.4% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในเดือนพฤศจิกายน 2568

ถึงแม้ว่ารายได้ในไตรมาส 3 ปี 2569 อาจจะลดลงเล็กน้อย (-5.0% q-q, -0.9% y-y) เนื่องจากปัจจัยด้านฤดูกาลและความต้องการที่ซบเซาจากลูกค้า OEM ญี่ปุ่น แต่ FSSIA คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะยังคงแข็งแกร่งที่ประมาณ 20% จากการปรับโครงสร้างการผลิตและการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิอาจลดลง (-38.2% q-q) เนื่องจากรายได้จากเงินปันผลที่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังคงเพิ่มขึ้น (+22.7% y-y) เมื่อเทียบกับฐานที่ต่ำในปีที่แล้ว

ข้อสังเกต

FSSIA คาดการณ์ว่าผลประกอบการของ STANLY ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 (เมษายน-ธันวาคม 2568) จะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากการปรับโครงสร้างการผลิตในปี 2568 รายได้อาจลดลงเล็กน้อย (-2.8% y-y) แต่กำไรสุทธิคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 78.5% y-y จากการลดลงของค่าใช้จ่าย SG&A

ยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Expo ที่ผ่านมาอาจเป็นปัจจัยบวกต่อยอดขายของ STANLY แต่ในขณะนี้ FSSIA คาดว่ากำไรในไตรมาส 4 ปี 2569 จะทรงตัว q-q ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2569 เติบโต 25.5% y-y (สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2569)

สรุป

FSSIA เชื่อว่าช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดของทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์และ STANLY ได้ผ่านพ้นไปแล้ว การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมอาจไม่สม่ำเสมอ โดยมีรถยนต์ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนหลักท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง สำหรับ STANLY คาดว่ากำไรสุทธิปี 2570 จะเติบโต 2.5% y-y โดยมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของรายได้ และการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลยังคงเป็นกระบวนการต่อเนื่อง

FSSIA ยังคาดการณ์เงินปันผลครึ่งปีหลังที่ 6.0 บาทต่อหุ้น ซึ่งคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 3.2% จึงคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยมีราคาเป้าหมายที่ 220 บาท อิงจาก P/E ปี 2570 ที่ 8 เท่า

โพสต์ล่าสุด