บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
DMT เผยผลประกอบการ Q2/2568: ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ ชูกลยุทธ์ลดต้นทุน เพิ่มรายได้บริษัทลูก
P/E 13.62 YIELD 7.83 ราคา 10.60 (0.00%)
DMT เผยผลประกอบการ Q2/2568: ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ ชูกลยุทธ์ลดต้นทุน เพิ่มรายได้บริษัทลูก
สวัสดีค่ะ ขอต้อนรับท่านนักลงทุน นักวิเคราะห์ และสื่อมวลชนทุกท่าน เข้าสู่งาน Opportunity Day ของบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT ซึ่งจะมาสรุปผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 2/2568 โดยผู้บริหารที่จะนำเสนอข้อมูลในวันนี้ ได้แก่ คุณบงกชรัตน์ ตั้งชูกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานธุรกิจและการเงิน, คุณชัยพัฒน์ เตมียบุตร ผู้ช่วยรองกรรมการผู้จัดการสายงานธุรกิจและการเงิน, และคุณนพพล โพธิ์ขี ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและกลยุทธ์เพื่อความยั่งยืน
ในการนำเสนอวันนี้ จะประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก ได้แก่ Business Highlight, ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา, มุมมอง Business Outlook, และการขับเคลื่อนด้าน ESG ของบริษัท
1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):
ในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทเผชิญกับหลายเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณการจราจรที่ปรับลดลง:
- การชะลอตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในวันที่ 28 มีนาคม
- การประกาศนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศของจีน ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงอย่างชัดเจน
- การปรับลดลงของ GDP และการติดตามอัตราภาษีการอากรของสหรัฐอเมริกาที่ส่งผลกระทบต่อ Q3
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการขับเคลื่อนกลยุทธ์ทั้ง 7 ด้านอย่างเข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นการ Optimization ในเรื่องของการลดต้นทุนการดำเนินงานต่างๆ ทำให้ตัวต้นทุนการดำเนินงานมีการปรับลดลง
2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):
- การเตรียมความพร้อมในงานการประมูลต่างๆ ในกลยุทธ์ที่ 2 โดยมีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของความคุ้มค่าของการลงทุนและการหา Red Fund
- โครงการที่ปักหมุดไว้ ได้แก่ โครงการ M-2, M-5 และ M-9
- การดำเนินงานในส่วนของตัวบริษัทย่อย ไม่ว่าจะเป็น เอสยาม กับ Alpha DMT ที่มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและจะส่งผลในเรื่องของตัวรายได้ตามมา
การรับรู้รายได้จะเกิดขึ้นอย่างชัดเจนมากขึ้นในไตรมาส 3 โดยจะมีการนำเสนอตัวข้อมูลต่างๆ เช่นเดียวกัน
3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):
ความท้าทายที่สำคัญคือการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลที่อาจส่งผลต่อการดำเนินงานในอนาคต
4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):
- การประหยัดพลังงาน โดยสามารถเซฟในเรื่องของต้นทุนพลังงานได้ 30%
- การปรับลดลงของพลังงานไฟฟ้า เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว อยู่ที่อัตรา 22.35% ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนตามเป้าหมาย
- การติดตั้ง Solar Rooftop ครบถ้วนแล้ว รวมถึงการติดตั้งแบตเตอรี่การสำรองพลังงาน
การทำงานต่างๆ เป็นไปตามที่นักลงทุนและนักวิเคราะห์รับทราบ ในเรื่องของตัว ISO ต่างๆ ที่ได้รับการรับรองและมีการทวนสอบทุกปี ไม่ว่าจะเป็น ISO 9001, 14001, 45001 และล่าสุดที่ได้รับการรับรองใน Q2 ที่ผ่านมาคือ Green House Gas ในส่วนของ ISO 14064
5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):
- การทดลองทดสอบ Smart Payment ที่ด่านลาดพร้าว โดยจะมีการทำ Prototype ในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อนำมาติดตั้งและอาจจะเอามาใช้ในช่วง Off Peak (ช่วงกลางคืน) เพื่อทดแทนเช่นเดียวกับคน
- อุปกรณ์เครื่องนี้สามารถรับชำระในเรื่องของเงินสด, QR Code, บัตร EMV รวมถึงการรับทอนต่างๆ ได้
- งานวิจัยต่างๆ ที่มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้มี 3 โครงการหลัก ได้แก่ การสนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อม (การปลูกหญ้าบนอาคารด่าน), การนำ Power Bank ที่ไม่ได้ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่, และการ Monitor ในเรื่องความคุ้มค่า
6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): [นาทีที่ 43:20]
Q: หาก DMT ชนะประมูลโครงการ M5 และโครงการอื่น จะมีผลกระทบต่อการจ่ายปันผลรายไตรมาส และจำนวนเงินปันผลที่อาจจะลดลงหรือไม่?
A: ตอนนี้ Way โฟกัส 3 โครงการ คือ โครงการ M82 เป็น Gross Cost ใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้ ส่วนโครงการ M5 กับ M9 ที่กำลังติดตาม จะมีการก่อสร้าง ซึ่ง Way อยู่ระหว่างการมองหา Partner ในส่วนของการก่อสร้าง แต่ละโครงการ การใช้เงินลงทุนจะเป็น Slot คือ เขาจะกำหนดว่าอาจจะมีการก่อสร้าง ก็ตาม หรือมีการติดตั้งในส่วนตัว System ก็ตาม จะอยู่ในกรอบ 3 ปี ดังนั้น การศึกษาอย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์ต่างๆ อาจจะไม่มีผลกระทบในการจ่ายเงินปันผลที่เป็นรายไตรมาสที่ได้ดำเนินการมาแล้ว โดยภาพรวม การจ่ายเงินปันผลอาจลดลงหรือไม่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่อาจจะมีนิดหน่อย แต่ไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ
Q: จากการที่ดอนเมือง Way จะหมดสัมปทานในช่วง 9-10 ปีข้างหน้า มีการวางมือรับแผนระยะยาวอย่างไร?
A: มีการดำเนินงานในส่วนของตัวบ่อย่อยทั้ง 2 บ่อย่างต่อเนื่อง มีการปรับแผน มีการปรับกลยุทธ์อย่างชัดเจน มั่นใจว่าตัวบ่อย่อยจะมาเสริมในส่วนของรายได้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน คือต่อเนื่องไปจนสิ้นสุดสัมปทานได้ สำหรับการวางมือการรับแผนในจุดตรงจุดนี้
Q: พร้อมรับในเรื่องของการจ่ายเงินด้วยคริปโตไหม ถ้ามี Sandbox เกิดขึ้น?
A: ขอบคุณนักวิเคราะห์และนักลงทุนมาก ทาง Way จะศึกษาในส่วนนี้ แล้วจะนำมารายงานในอัปเดต Opportunity Day ในครั้งถัดไป
Q: ปริมาณการจราจรในครึ่งปีหลังจะเป็นอย่างไร และค่าเฉลี่ยรายวันของตัว Traffic จะเป็นอย่างไร?
A: โดยทั่วไป ในช่วงปลายปีมีการเก็บค่าผ่านทางในอัตราใหม่ในวันที่ 22 ธันวาคม โดยปกติ ช่วงแรกๆ ไตรมาสแรก ผู้ใช้ทางจะหลีกเลี่ยงไปใช้ เพราะค่าผ่านทางเพิ่มขึ้น แล้วโดยทั่วไปจะมีการเพิ่มขึ้นหลังจากปริมาณจราจรบนถนนวิภาวดีหนาแน่น คนจะกลับมาใช้เหมือนเดิม แต่ช่วงที่ผ่านมามีการติดตามสถานการณ์เรื่องปริมาณจราจรพบว่า ในปัจจุบันนี้ หลังการบิน Air Asia X กลับมาใช้ที่สนามบินดอนเมืองในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่เที่ยวบินยังไม่ได้กลับมาเท่าเดิม จะมีข้อมูลมาให้ดู ทำให้ปริมาณจราจรของผู้ใช้สนามบินไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างที่ควร สภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในไตรมาสที่ 2 มีความผันผวน เรื่องนักท่องเที่ยวที่หายไป มีการปรับเปลี่ยนนโยบายการท่องเที่ยวของจีนว่าเที่ยวในประเทศ ดังนั้น กลุ่มนักท่องเที่ยวที่จะมาใช้สนามบินดอนเมืองก็ลดลง ในช่วงที่ผ่านมามีหลายเหตุการณ์ แผ่นดินไหว ความเชื่อมั่นในการท่องเที่ยว เรื่องเศรษฐกิจ การเมือง ภายในประเทศและต่างประเทศ มีการเปลี่ยนแปลงในไตรมาสที่ 2 ทำให้ปริมาณจราจรรถลดลง
หลังจากนี้ จะดูภาพรวมของภาครัฐบาลในการกระตุ้น สร้างความเชื่อมั่นในการท่องเที่ยว ทำให้การเดินทางสมมุติกลับมาเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้ถนนวิภาวดีเพิ่มขึ้น ปริมาณจราจรหนาแน่น คนก็จะเลือกกลับมาเลือกใช้ Way ในช่วงไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมาก็เป็น Low Season อย่างที่ชัยพัฒน์แจ้ง มีวันหยุดยาวค่อนข้างเยอะ และเป็นช่วงปิดเทอม โดยปกติ ไตรมาสที่ 3 จะเพิ่มสูงขึ้น
ข้อมูลปริมาณจราจรในไตรมาสที่ 2 อยู่ประมาณ 111,000 คัน เฉลี่ยครึ่งปีก็ประมาณ 104,000 คัน ไตรมาสที่ 2 ต่ำกว่าไตรมาสที่ 1 ลดลงประมาณ 5-5.5% อันนี้เป็น Seasonal ปกติ เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ของปีที่ผ่านมาก็ต่ำกว่าประมาณ 6.5% อันนี้จะเป็นเรื่องผลกระทบจากการปรับค่าผ่านทางและเรื่องสภาพเศรษฐกิจ เทียบอีกอันก็คือช่วงก่อนโควิดปี 2019 ก็ยังต่ำกว่าช่วงปี 2019 อยู่ประมาณ 29%
Traffic ของเวย์จะขึ้นอยู่กับสนามบินดอนเมือง จะเห็นว่าส่วนที่เปรียบเทียบ ในช่วงก่อนโควิดเป็นลักษณะเป็นเทรนด์มา แต่พอเวลาถึงช่วงเดือนมิถุนายนก็จะเห็นว่าต่ำลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ก็คือจะลดลงประมาณเกือบ 36%
นักลงทุนถามประจำว่าในช่วงที่อัตราค่าผ่านทาง/เดินทางของรถไฟฟ้าสายสีแดงลดลง 20 บาท ปริมาณการเดินทางมีผลกระทบกับเวย์ไหม จากการศึกษา กลุ่มลูกค้าจะเป็นคนละกลุ่มและตอนนี้สิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้ก็ยังไม่ได้เป็นไปตามเป้า ถึงแม้จะลดค่าโดยสารเหลือ 20 บาทแล้วก็ตาม แต่ว่าผลกระทบที่ไปเกิดขึ้น จะไปเกิดขึ้นกับรถโดยสารสาธารณะเป็นส่วนใหญ่ ส่วนนี้ก็คงต้องติดตามว่านโยบายที่ภาครัฐกระตุ้นว่าให้ต้นทุนต่อหัวของคนเดินทาง คนเดินทางออกจากบ้านไปถึงปลายทางที่ทำงาน จะมีค่ามอเตอร์ไซค์ การเดินทางต่างๆ ว่าใช้ จ่ายมากกว่าการใช้เวย์แค่ไหน
สรุปได้ว่า DMT ยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการขยายโอกาสทางธุรกิจผ่านบริษัทลูก และการเตรียมพร้อมสำหรับการประมูลโครงการใหม่ๆ ในอนาคต โดยยังคงให้ความสำคัญกับการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น