บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
สรุป OPPDAY หุ้น DIF ไตรมาส 2/2568: เจาะลึกผลการดำเนินงานและทิศทางอนาคต
P/E 0.00 YIELD 9.41 ราคา 9.45 (0.00%)
สรุป OPPDAY หุ้น DIF ไตรมาส 2/2568: เจาะลึกผลการดำเนินงานและทิศทางอนาคต
สวัสดีครับท่านนักลงทุนทุกท่าน ยินดีต้อนรับเข้าสู่งาน Opportunity Day การนำเสนอข้อมูลธุรกิจและผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 2 ปี 2568 ของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมดิจิทัล หรือ DIF ครับ
- คุณทิพาพันธ์ ภัทรวิกรม, Executive Director
- คุณศิรยา ศรีเกษมวงศ์, Associate Director
- คุณนวบูรณ์ ทององค์อาจ, Associate Director และผู้จัดการกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ฝ่ายจัดการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด
1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview)
ในส่วนของภาพรวมอุตสาหกรรมโทรคมนาคมนั้น ในปี 2024 ทาง True ได้มีการดำเนินการเชิงรุกร่วมกับทางภาครัฐ เพื่อป้องกันและปราบปรามเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ทำให้สัดส่วนส่วนแบ่งการตลาดมีการปรับลดลงเล็กน้อยจากปีที่ผ่านมา แต่ True ยังคงครองสัดส่วนในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นอันดับหนึ่ง โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 51%
ในส่วนของธุรกิจบอร์ดแบนด์ ภายหลังการเข้าซื้อกิจการ 3BB ของ AIS ส่งผลให้ AIS ก้าวขึ้นมาครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่งที่ 47% รองลงมาก็คือของกลุ่ม True มีส่วนแบ่งตลาดในสัดส่วน 35% ทั้งนี้ ทาง SCB EIC คาดการณ์ว่าในปีนี้ ส่วนแบ่งตลาดของธุรกิจบอร์ดแบนด์ยังคงใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา
กองทุน DIF ได้เข้าลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคม ทรัพย์สินโทรคมนาคมจากกลุ่ม True ซึ่งจะประกอบไปด้วยเสาโทรคมนาคมและสายใยแก้วนำแสง โดยมีทางกลุ่ม True เป็นผู้เช่าหลัก เช่าทรัพย์สินของกองทุนเพื่อให้ บริการทางด้านธุรกิจโทรคมนาคมของกลุ่ม True เอง กองทุนจะมีผู้บริหารทรัพย์สินโทรคมนาคม หรือทาง TAM เป็นผู้ให้บริการทำหน้าที่ให้บริการเกี่ยวกับทางด้าน Admin Service และในส่วนของ Marketing Service เพื่อหาผู้เช่ารายอื่นเข้ามาเช่าทรัพย์สินของกองทุนในส่วนที่เหลือที่กองทุนสามารถปล่อยเช่าให้กับผู้เช่ารายอื่นได้ ซึ่งส่วนนี้จะถือเป็นรายได้ที่ปรับเพิ่มขึ้นให้กับทางกองทุนได้
ปัจจุบัน กองทุน DIF จะมีทางกลุ่ม True เป็นผู้ถือหน่วยลงทุนรายใหญ่ของกองทุน ถือสัดส่วนของ DIF ไว้ที่ 20% และอีกประมาณ 80% ที่เหลือจะเป็นผู้ถือหน่วยลงทุนทั่วไป โครงสร้างทางด้านล่าง กองทุนมีทางกสิกรไทยทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุน ต้องมีการกำกับดูแลว่ากองทุนได้ดำเนินธุรกิจและประกอบกิจการเป็นไปตามที่เปิดเผยไว้ในหนังสือชี้ชวนโครงการหรือไม่ กองทุนมีคณะกรรมการที่ปรึกษาการลงทุน ประกอบไปด้วย 2 ท่านจากทาง SCBAM หรือ บลจ.ไทยพาณิชย์ และอีก 2 ท่านจากทางกลุ่ม True
รายละเอียดทรัพย์สินของกองทุน DIF ประกอบไปด้วยเสาโทรคมนาคมประมาณ 16,500 ต้น สายใยแก้วนำแสง หรือ FOC ประมาณ 3 ล้านคอร์กิโลเมตร และส่วนที่ 3 ก็คือระบบ App Country Broadband System อีก 1.2 ล้านพอร์ต ระบบ App Country Broadband System นี้ก็คือตัวสาย FOC ที่ลากตรงเข้าสู่บ้านลูกค้า
ปัจจุบัน กองทุนยังคงมีรูปแบบการลงทุนอยู่ 3 ประเภทด้วยกัน ได้แก่
- กองทุนลงทุนในสิทธิ์ในกระแสรายได้สุทธิบวก Call Option
- ลงทุนในรูปแบบกรรมสิทธิ์
- การเช่าทรัพย์สินระยะยาวบวก Call Option
ระยะเวลาสัญญาเช่าของกองทุนในส่วนของเสา สัญญาเช่าของกองทุนจะไปสิ้นสุดในปี 2576 และสาย Fiber Optic จะสิ้นสุดในปี 2576 เช่นเดียวกัน ในส่วนของสาย FOC มีเงื่อนไขที่กองทุนตกลงกับทางกลุ่ม True เพิ่มเติม 2 ข้อด้วยกัน
- ส่วนแบ่งของตลาดธุรกิจบอร์ดแบนด์เกิน 33%
- รายได้รวมธุรกิจบอร์ดแบนด์ของกลุ่ม True เกิน 16,500 ล้านบาท
หากเข้าเงื่อนไขเพียงข้อใดข้อหนึ่ง ทางกลุ่ม True จะต้องเช่าสาย FOC ยาวต่อไปอีกสูงสุดไม่เกิน 10 ปี ก็คือสูงสุดจะไปสิ้นสุดในปี 2586
กองทุนได้มีประกาศแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา เนื่องจากกองทุนได้ใช้สิทธิ์ Call Option จำนวน 10 ล้านบาท เพื่อรับโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของ BFKt และสำหรับในส่วนทรัพย์สินภายใต้ของ AWC อันนี้กองทุนจะได้รับโอนมาอยู่แล้ว ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงที่ได้ทำไว้ อย่างไรก็ตามในส่วนของทรัพย์สินที่กองทุนได้รับโอนมา ถ้าเป็นในส่วนของเสา จะมีเสาโทรคมนาคมบางส่วนที่กองทุนไม่ได้รับโอนเข้ามาเป็นกรรมสิทธิ์ อาจจะเนื่องด้วยจากมีเรื่องเกี่ยวกับพวกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน
ภายหลังที่กองทุนรับโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินภายใต้ BFKt และ AWC มาแล้ว ตามข้อตกลงที่กองทุนมีไว้กับทางกลุ่ม True ก็คือรายได้ตัว Net Revenue ที่กองทุนได้รับจะไม่น้อยลงไปกว่าเดิม
2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities)
กองทุนมีทรัพย์สินประเภทเสาอยู่ประมาณ 16,000 ต้น และตัวสาย FOC อีกประมาณ 3 ล้านคอร์กิโลเมตร ข้อมูล ณ สิ้นไตรมาส 2 ที่ผ่านมา กองทุนมีทรัพย์สินรวมอยู่ที่ประมาณ 200,000 ล้านบาท โดยที่แบ่งเป็นส่วนของทุนประมาณ 127,700 ล้านบาท ในส่วนของหนี้สินที่เป็นภาระดอกเบี้ยของกองทุน หรือว่าเงินกู้ยืมระยะยาวที่กองทุนมีอยู่ในปัจจุบัน อยู่ที่ประมาณ 24,000 ล้านบาท หากมาดูสัดส่วนของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทรัพย์สิน จะอยู่ที่ 0.12 เท่า ส่วนหนี้สินต่อทุนจะอยู่ที่ 0.19 เท่า ก็ถือได้ว่ามีสัดส่วนที่ค่อนข้างต่ำ ปัจจุบันกองทุนได้รับรายได้โดยประมาณ 70% เป็นรายได้ที่มาจากสาย FOC และอีก 30% เป็นรายได้ที่ได้รับจากเสาโทรคมนาคม โดยมีระยะเวลาสัญญาเช่าเฉลี่ยคงเหลือ เหลืออยู่อีกประมาณ 14 ปี ทั้งนี้เป็นบนสมมติฐานที่ว่าทางกลุ่ม True จะต้องเช่าสาย FOC ยาวต่อไปอีกสูงสุดไม่เกิน 10 ปี
3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges)
ผู้ถือหน่วยรายย่อยมีสัดส่วนมากที่สุด คิดเป็นประมาณ 56% รองลงมาก็จะเป็นผู้ถือหน่วยสถาบันไทย ซึ่งในที่นี้จะเป็นของกลุ่ม True ประมาณ 20% และผู้ถือหน่วยสถาบันรายอื่นๆ อีกประมาณ 17% สำหรับสัดส่วนของผู้ถือหน่วยลงทุนต่างชาติ ถ้าเป็นสถาบันจะอยู่ที่ประมาณ 6% และผู้ถือหน่วยลงทุนต่างชาติรายย่อยอยู่ที่ 0.4%
4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation)
รายได้ก่อนนั้น จะประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลักๆ คือรายได้จาก ในสิทธิ์กระแสรายได้ ในไตรมาส 2 นี้ ก็จะได้อยู่ที่ 774 ล้านบาท ซึ่งก็จะเท่ากับไตรมาสก่อนหน้า ในส่วนของรายได้ค่าเช่าเอง ก็จะอยู่ที่ 2,755 ล้านบาท ก็อันนี้ก็เท่ากับไตรมาสก่อนหน้าเช่นกัน ทั้ง 2 รายการ เนื่องจากสัญญาเช่าเรามีเป็นสัญญาระยะยาว โดยปกติแล้วในแต่ละไตรมาสก็จะค่อนข้างเรียกว่าเท่ากันเลย ในแต่ละปีอาจจะมีการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามปริมาณการใช้ สำหรับรายการที่ 3 คือรายได้อื่นๆ หลักๆ ในส่วนนี้ก็จะเป็นรายได้ที่ได้จากตัวดอกเบี้ย เงิน เงินที่เรารองกองทุนไป เงินฝากกองทุน หรือเงินที่กองทุนไปลงทุนเพิ่มเติมในพันธบัตรรยะสั้น ในไตรมาส 2 ก็อยู่ที่ 15 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 11%
รวมรายได้ของกองทุนจะอยู่ที่ 3,544 ล้านบาท ก็เท่ากับหรือใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า ค่าใช้จ่ายของกองทุนประกอบไปด้วย ค่าใช้จ่ายต่างๆ อยู่ที่ประมาณ 48 ล้านบาทนี้ก็ลดลงจากไตรมาสก่อน 7% เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ รายการนี้จะอยู่ที่ 24 ล้านบาท รายการนี้หลักๆ คือค่าใช้จ่ายในการจ่ายเสาต่อปี ซึ่งทางกองทุนจะจ่ายเป็นยอดฟิกให้กับทางผู้เช่าหลักของกองทุน ในแต่ละไตรมาสการเปลี่ยนแปลงค่าใช้จ่ายตรงนี้ก็จะไม่มี ต้นทุนทางการเงินของกองทุน อยู่ที่ 480 ล้านบาท ก็ลดลงจากไตรมาสก่อน 4% หลักๆ ต้นทุนของทางการเงินของกองทุน ก็จะเป็นรายการค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่เกิดจากการกู้ยืมเงินของกองทุน ตัวนี้แนวโน้มของดอกเบี้ยของกองทุนเริ่มลดลง คาดใหญ่เริ่มลดลง ดังนั้นค่าใช้จ่ายก็จะลดลงตาม
รายการสุดท้ายของค่าใช้จ่ายคือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในไตรมาส 2 อยู่ที่ 4 ล้านบาท อันนี้ก็ลดลงจากไตรมาสก่อน 67% รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 556 ล้านบาท หรือลดลงจากไตรมาสก่อนประมาณ 5% ส่งผลให้กำไรจากเงินทุนสุทธิของกองทุนอยู่ที่ประมาณ 2,987 ล้านบาท หรือดีขึ้นกว่าไตรมาสก่อนหน้าเล็กน้อยประมาณ 1% กองทุนไม่ได้มีการประเมินมูลค่าตัวที่ประเมินทรัพย์สิน โทรคมนาคม รายการเปลี่ยนแปลงที่เกิดเกิดขึ้น ในหัวข้อของรายการกำไรขาดทุนสุทธิที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการลงทุน ก็จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก รายการอยู่ที่ขาดทุนอยู่ที่ 222 ล้านบาท อันนี้จะเห็นได้ว่าเท่ากับไตรมาสก่อนหน้าเนื่องจากว่าค่าใช้จ่ายหลักๆ ที่เกิดขึ้นจากตัวนี้ เป็นรายการที่ปรับเปลี่ยนตามมาตรฐานบัญชี ซึ่งเกี่ยวข้องกับตัวค่าเช่าที่ดิน และค่าพาดสาย ซึ่งปกติแต่เดิมก่อนหน้าที่จะมีมาตรฐานนี้จะอยู่ในค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ปัจจุบันพอมี พอมีมาตรฐานดังกล่าวเข้ามา ตัวรายการจะถูกโยกเข้ามาอยู่ในรายละเอียดของตัวรายการกำไรขาดทุนสุทธิที่ยังไม่เกิดจากทุน ดังนั้นตัว bottom line หรือการเพิ่มขึ้นลดลงในทรัพย์สินสุทธิจากการดำเนินงานของกองทุนในไตรมาส 2 อยู่ที่ 2,764 ล้านบาท ก็เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าราว 1%
5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends)
เงินลงทุนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานของกองทุนจะอยู่ที่ 194,996 ล้านบาท ก็ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า ตัวที่ดูมีการเปลี่ยนแปลงเยอะๆ หน่อยในฝั่งของทรัพย์สิน ก็จะเป็นส่วนของเงินลงทุนในตั๋วเงินทุนระดับทรัพย์ ที่เปลี่ยนแปลงไปร้อยเปอร์เซ็นต์เลย แล้วก็ส่วนของเงินฝากธนาคาร จะเห็นได้ว่า 2 ตัวนี้จะเหมือนแปรผกผันกัน เนื่องจากว่าในช่วงไตรมาส 2 เงินของกองทุนที่เป็นเงินกระแสเงินสด ที่เรานำไปลงทุนในพันธบัตรรยะสั้นเนี่ยครบกำหนดพอดี ทั้งนี้พอครบกำหนดแล้ว ในต้นเดือนถัดมาเราก็นำไปลงทุนเพิ่มเติมต่อ แต่ในหน้างบเนี่ยเราก็จะเห็นได้ว่าตัวที่พอครบกำหนดน่ะมันก็จะกลับมากลายเป็นเงินสดที่อยู่ฝั่งธนาคาร ทรัพย์สินของกองทุนรวมทั้งหมดอยู่ที่ 23,471 ล้านบาท ก็ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า ในส่วนของหนี้สินเอง หนี้สินของกองทุนเนี่ยรายการหลักๆ เลย คือเงินกู้ยืมระยะยาวของกองทุน เงินกู้ยืมของกองทุนจะอยู่ที่ประมาณ 24,000 ล้านบาท ในไตรมาส 2 นี้เราก็มีการชำระเงินกู้ไปบางส่วนกันตามตามตารางที่เงินกู้ที่กำหนดไว้แล้ว รายการเงินกู้ยืมของของกองทุนก็จะลดลงประมาณ 2% หนี้สินรวมของกองทุนทั้งหมดก็จะอยู่ที่ประมาณ 41,214 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า 1% ส่งผลให้ตัวสินทรัพย์สุทธิของกองทุนจะอยู่ที่ 162,257 ล้านบาท ก็ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า หรือนับเป็นตัวสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วยอยู่ที่ 15.2616 บาทต่อหน่วย
ในไตรมาสนี้ของกองทุนมีกำไรสะสมอยู่ที่ประมาณ 35,000 ล้านบาท รายละเอียดในงบกำไรขาดทุนสำหรับ 2 ไตรมาส คือเดือนตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายน ในฝั่งของรายได้เอง เราสามารถแตกในส่วนของโครงสร้างหลักๆ ได้ 2 อัน ส่วนที่เป็นรายได้จากค่าเช่า ค่าดูรายการที่ 1 รายการที่ 2 จะแบ่งเป็นของเสาคมนาคม แล้วก็สายแก้วนำแสง จากกราฟทางด้านขวาเป็นพายชาร์ต แบ่งเป็นสี ถ้าสีชมพูเนี่ยก็คิดเป็น 25% คือค่าเช่าจากเสา โทรคมนาคม ส่วนสีม่วงเนี่ยจะเป็นค่าเช่าจากสายแก้วนำแสง ส่วนที่เป็นรายการ 3 และ 4 เนี่ยคือรายได้จากสิทธิ์ในกระแสรายได้ อันนี้จะรวมๆ กันคิดแล้วประมาณสัก 22% ก็เป็นอยู่ในกราฟสีเทา
ค่าใช้จ่าย 4 รายการแรกเนี่ยก็จะเป็นค่าใช้จ่าย เรียกว่าค่าธรรมเนียมต่างๆ ของกองทุน ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมบริหารจัดการ ค่าพนักงานผลประโยชน์ ค่าธรรมเนียมกรรมการ แล้วก็ค่าผู้บริหาร ค่าธรรมเนียมผู้บริหารทรัพย์สิน คมนาคม รายละเอียดของการคำนวณเนี่ย ก็จะเป็นไปตามเกรดทางด้านขวา หลักๆ แล้ว คือขึ้นอยู่กับขนาดของกองทุนก็คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ในส่วนของค่าธรรมเนียมผู้บริหารทรัพย์สินมัครโทรคมนาคมเนี่ย อาจจะมี เพิ่มเติม คือ ถ้าสมมุติ ไปหาลูกค้าเพิ่มเติมขึ้นมา ให้กองทุนได้เนี่ย ทางผู้บริหารทรัพย์สิน โทรคมนาคม จะได้ส่วนแบ่งเพิ่มเติมในส่วนนี้อีกประมาณ 2% อันนี้ก็จะเป็น ได้ทั้งกองทุนแล้วก็ได้ทั้งผู้บริหารทรัพย์สินมัคร คมนาคม รายการที่ 5 ของค่าใช้จ่ายคือค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ อันนี้ก็จะเป็นอย่างที่เรียนแจ้งไป คือค่าชดเชยในการย้ายทรัพย์สินสาทรคมนาคม ซึ่งเราชำระเงินเป็นรูปแบบเหมายอดยาหมดทั้งปี ชำระในรายเดือน ก็อาจจะมีการเติบโตของค่าใช้จ่ายตรงเนี้ยปีละประมาณ 2.7% แต่ในระหว่างปีเนี่ยก็จะมีการชำระที่เท่าๆ กัน รายการที่ 6 จะเป็นรายการที่ค่อนข้างใหญ่ที่สุดเลยในตัวของต้นทุนทางการเงิน เมื่อกี้อย่างที่เรียนแจ้ง คือรายการต้นทุนทางการเงินเนี่ยอันที่ใหญ่สุดเลย คือดอกเบี้ยเงินกู้ยืม ซึ่งปัจจุบันเรามีเงินกู้ยืมอยู่ 2 วงเงิน รวมๆ แล้วประมาณ 24,000 ล้านบาท ทั้งหมดคิดเป็น float rate โดยอ้างอิงกับอัตราดอกเบี้ย ธอร์
อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของกองทุนจะอยู่ที่ประมาณ 5% ในส่วนของต้นทุนการเงินนี้ ก็จะมีส่วนที่เราเรียกว่าดอกเบี้ยตามหนี้สินทางการเงิน ก็จะเป็นค่าเช่าที่ดินและค่าพาดสายของเสา ของสาย แก้วนำแสงบนเสา ไฟฟ้า รายการนี้ก็จะเห็นว่าเป็นรายการอีกข้อหนึ่งที่ใหญ่พอสมควร ก็จะอยู่ในแฝงอยู่ในต้นทุนทางการเงิน แล้วก็ตัวที่ เรียนแจ้งข้างต้นก่อนหน้าว่าเป็นรายการกำไรขาดทุนสุทธิที่ยังไม่เกิดขึ้นจากเงินลงทุน ถ้ารายได้หักค่าใช้จ่ายของกองทุนในไตรมาสนี้ ก็จะอยู่ที่กำไรเงินคุณอยู่ที่ประมาณ 5,941.5 ล้านบาทสำหรับ 2 ไตรมาส อันนี้ก็คือรายละเอียดที่ ที่ ที่แฝงอยู่ในหน้าในงบการเงินของกองทุน
ไตรมาสนี้ กองทุนพิจารณาจ่าย เงินปันผลของกองทุนอยู่ที่ 0.2222 บาทต่อหน่วย เท่ากับไตรมาสก่อนหน้า ค่อนข้างยังมีการจ่ายเงินปันผลที่ค่อนข้างสม่ำเสมอและคงที่ ในส่วนนี้ของเราก็จะมีการขึ้น ประกาศเงินจ่ายเงินวันที่ 4 สิงหาคม ปิดสมุดทะเบียนวันที่ 19 สิงหาคม แล้วก็มีการจ่ายเงินปันผลคือวันที่ 9 กันยายน ในของปี 2568 นี้ ทางกองทุนมีแผนชำระคืนเงินต้นทั้งหมดประมาณ 1,356 ล้านบาท ก็ซึ่งอันนี้ก็เดินมาครึ่งทางนะ มีการชำระไปตามตารางที่กำหนด
สิทธิประโยชน์ทางภาษีของกองทุน ปัจจุบัน ตัวที่เป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีของกองทุน ทางบุคคลธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นไทยหรือต่างประเทศ จะยังจะถูก tax ตัวนี้ 10% ตามปกติ ส่วนของนิติบุคคลและนิติบุคคล ก็จะมีการหักตัวที่เป็นเงินภาษีนี้เหมือนกัน จริงๆ เรียกได้ว่ากองทุน DIF ก็จะมีการเทียบเคียงได้กับทั่วไปที่ ที่อยู่ในลิสต์ บนตลาดอยู่
6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session) [เริ่ม Q&A นาทีที่ 47:25]
- **สัญญาเช่าเสาสัญญาณครบปี 2576 ต้องต่อสัญญาก่อนกี่ปี:** ต้องคุยกันไม่น้อยกว่า 2 ปีล่วงหน้าก่อนสิ้นสุดสัญญา ถ้ามีโอกาสก็จะเข้าไปพูดคุย
- **แนวโน้มต่อสัญญาเช่าเสาเป็นกี่เปอร์เซ็นต์:** ยังไม่สามารถตอบได้
- **ความจำเป็นที่ True ต้องถือ DIF ไม่ต่ำกว่า 20%:** เป็นการบริหารจัดการทางการเงินของกลุ่ม True กองทุนจะไม่ทราบเหตุผลทางบัญชี ทรัพย์สินที่กอง DIF ลงทุนเป็นทรัพย์สินที่ True ใช้ประกอบกิจการและเป็นสาเหตุหลักที่ True เห็นความสำคัญและถือหุ้นของ DIF อยู่
- **ถือไม่น้อยกว่า 20% True มีสิทธิออกเสียงในแง่บริหารทรัพย์สินกอง DIF หรือไม่:** ถ้ามีการขอมติผู้ถือหน่วย ถ้าไม่ใช่ วาระที่เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ทุกท่านที่เป็นผู้ถือหน่วย สามารถโหวตในแง่ของการดำเนินงานของกองทุนได้เท่าเทียมกัน แต่ถ้า วาระไหนเป็นวาระที่มีส่วนได้เสีย ผู้ที่มีส่วนได้เสียก็จะไม่สามารถออกเสียงได้
- **กนง. ปรับลดดอกเบี้ยลง จะส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยที่ผู้ประเมินใช้หรือไม่:** ในส่วนของที่กองทุนใช้ในการทำ ที่ทางผู้ประเมินใช้ในการประเมินมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน คือตัว WACC ประกอบด้วย 2 ส่วน คือส่วนที่เป็นต้นทุนทางการเงิน ของในส่วนของเงินกู้ อีกส่วนหนึ่งก็คือต้นทุนทางการเงินในส่วนของเงินทุน ถ้ากนง. ปรับอัตราดอกเบี้ยลง ส่วนของอัตราที่เป็นเงินกู้จะเป็นประโยชน์กับกองทุนในการประเมิน แต่ต้องไปดูอีกทีว่าตัวต้นทุนทางการเงินในส่วนของเงินทุนมันจะเป็นทิศทางเดียวกันหรือเปล่า โดยภาพรวมแล้วเนี่ย ส่งผลให้ตัว Discount Rate ของกองทุนลดลง ก็จะทำให้มูลค่าการประเมินมีโอกาสที่จะเพิ่มขึ้นได้
- **อยากทราบ Utilization rate ของเสาและ FOC ภายหลังจากการแปลงสิทธิการรับรู้รายได้เป็นกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 3:** หลักๆ แล้ว True จะมีการ การใช้ call option แล้วเนี่ย ในส่วนของรายได้ เรียก ว่า รายได้ สุทธิ หรือ เนต revenue ของกองทุนที่ได้จากทรัพย์สินของเราจะต้องไม่น้อยกว่าเดิม คือเป็นหลักการใหญ่ที่เราตกลงไว้กับกลุ่ม True ทางกองก็คงต้องพิจารณาในส่วนของโอกาสและความคุ้มค่าในการจัดหาประโยชน์กันต่อไป
- **เริ่มเห็นผลของดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงในไตรมาส 3 เทียบกับไตรมาสนี้ได้เลยหรือไม่:** ในไตรมาส 3 ช่วงสิงหาคม มีการลดลงจาก กนง. อีกครั้งเป็นประโยชน์กับกองทุน ถ้าในรายละเอียดคือเรามีเงินกู้ประมาณ 24,000 ล้านบาท ถ้าดอกเบี้ยที่ลดลงทุกๆ 0.25% จะส่งผลดีกับค่าใช้จ่ายหรือทำให้กองทุนประหยัดในส่วนของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยไปได้ราวๆ ประมาณ 60 ล้านบาทต่อปี ต้องดูจำนวนเดือน การที่กนง. ปรับลด มันช้าหรือเร็วอย่างไร แต่เป็น จะเป็นประโยชน์ของทุนขึ้นแน่นอน
- **สัญญาที่ตกลงกับ True มีรายละเอียดอย่างไร:** มีเรื่อง Net revenue ที่จะได้จาก ทรัพย์สินที่มาจาก การซื้อกระแสรายได้จะต้องไม่ลดลงกว่าเดิม ปัจจุบันทาง True กับทางกองได้ตกลงข้อ สัญญาเรียบร้อยแล้ว จะมีการเช่าทรัพย์สิน ซึ่งเป็นในส่วนของเสาโทรคมนาคมต่อไปจนถึงปี 2033 หรือ 2576 ในแง่ของ Net revenue ที่ไม่ลดลงกว่าเดิมเนื่องจากถ้าไม่มีการใช้สายก็คือจะต้องมีการมาเช่าใช้ในส่วนของเสาเพิ่มขึ้น จึงทำให้ตัวอัตราการเช่าของตัวเสาของ True ปรับเพิ่มขึ้นจาก ทรัพย์สินเดิมที่กองมีอยู่ถ้าเทียบกัน ในส่วนของตัวอัตราค่าเช่า เนื่องจากว่า เราจะตกลงกันที่ Net revenue ไม่น้อยกว่าเดิมแล้วกองได้นำปัจจัยในส่วนของ การปรับขึ้นค่าเช่าในอนาคต