บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
SFLEX กำไร Q1/69 ลดลงเล็กน้อย แม้รายได้ทรงตัว! ขยายลงทุนธุรกิจต้นน้ำ-ร่วมทุนบรรจุภัณฑ์
P/E 9.00 YIELD 5.83 ราคา 2.84 (0.00%)
ไฮไลท์สำคัญ
บมจ. สตาร์เฟล็กซ์ (SFLEX) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 รายได้รวมใกล้เคียงปีก่อน แต่กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย เนื่องจากผลขาดทุนจากบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้า อย่างไรก็ตาม บริษัทเดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจต้นน้ำ และการร่วมทุนเพื่อผลิตบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนประสิทธิภาพสูง
รายได้และสถานการณ์เศรษฐกิจ ทรงตัว
SFLEX มีรายได้จากการขายรวม 490.80 ล้านบาท ลดลง 0.2% จาก 491.8 ล้านบาทใน Q1/68 เนื่องจากปริมาณการจำหน่ายลดลง แต่มีการปรับราคาขายขึ้นเพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น บริษัทเพิ่มจำนวน Supplier เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองราคา และลงทุนในธุรกิจผลิตฟิล์ม (วัตถุดิบหลัก) กำลังการผลิต 300 ตัน/เดือน เพื่อลดต้นทุน
นอกจากนี้ SFLEX ยังร่วมทุนกับไทยยูเนี่ยนกราฟิกส์ เปิดโรงงาน "สตาร์ยูเนี่ยน แพคเกจจิ้ง" ผลิตบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน กำลังการผลิตเริ่มต้น 200 ล้านซอง/ปี และมีแผนขยายเป็น 800 ล้านซอง/ปี ภายใน 5 ปี ตั้งเป้าสร้างรายได้ 1,000 ล้านบาทใน 5 ปี
กำไรและต้นทุน กำไรขั้นต้นเพิ่ม กำไรสุทธิลด
กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 5.1% เป็น 126.7 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 25.8% จาก 24.5% ใน Q1/68 เนื่องจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ เช่น ใช้พลังงานแสงอาทิตย์, บริหารจัดการวัตถุดิบ, ปรับเปลี่ยนเครื่องจักร
กำไรสุทธิลดลง 4.6% อยู่ที่ 61.7 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการขาดทุนจากส่วนแบ่งการลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้า โดยเฉพาะ Starprint Vietnam JSC. และ บริษัท สตาร์ยูเนี่ยน แพคเกจจิ้ง จำกัด (SUP) ที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นการผลิต
ต้นทุนขายลดลง 1.9% เป็น 364.1 ล้านบาท คิดเป็น 74.2% ของรายได้จากการขาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 8.1% เป็น 57.7 ล้านบาท
สินทรัพย์และหนี้สิน สินทรัพย์รวมเพิ่ม หนี้สินรวมลด
สินทรัพย์รวม ณ 31 มีนาคม 2569 เท่ากับ 2,279.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.5% จากสิ้นปี 2568 จากการเพิ่มขึ้นของเงินสด, สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น, ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 15.2 ล้านบาท เพื่อป้องกันความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
หนี้สินรวมลดลง 0.9% เหลือ 1,078.1 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของสินเชื่อระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3.8% เป็น 1,201.4 ล้านบาท จากกำไรสุทธิ, เงินปันผลจ่าย, เงินทุนซื้อหุ้นคืน อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) เท่ากับ 0.90 เท่า
กระแสเงินสด กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่ม
SFLEX มีกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 79.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 54.8 ล้านบาทในปีก่อน บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 44.5 ล้านบาท เนื่องจากการซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 31.2 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของสินเชื่อระยะยาวสุทธิ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ 4.6 ล้านบาท
อัตราส่วนทางการเงิน ICR เพิ่ม ROA, ROE ลด
อัตรากำไรขั้นต้น (GP) เพิ่มขึ้นจาก 24.51% เป็น 25.81% อัตรากำไรสุทธิ (NP) ลดลงจาก 13.10% เป็น 12.45% อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) ลดลงจาก 11.65% เป็น 10.91% อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ลดลงจาก 22.21% เป็น 20.92% อัตราส่วนสภาพคล่องลดลงจาก 1.32 เท่า เป็น 1.18 เท่า วงจรเงินสด (Cash Cycle) ลดลงจาก 41.08 วัน เป็น 27.67 วัน ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (ICR) เพิ่มขึ้นจาก 11.56 เท่า เป็น 14.27 เท่า
สรุป
SFLEX ยังคงรักษาระดับรายได้ใกล้เคียงปีก่อนได้ แม้เผชิญความท้าทายจากต้นทุนที่สูงขึ้น การลงทุนในธุรกิจต้นน้ำและการร่วมทุนจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องบริหารจัดการผลขาดทุนจากบริษัทร่วมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น