บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
IND กำไรทรุดฮวบ 69.63% ในไตรมาส 1/69 แม้รายได้รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
P/E 4.95 YIELD 6.89 ราคา 1.06 (0.00%)
ไฮไลท์สำคัญ
IND หรือ บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 69.63% แม้ว่ารายได้รวมจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 0.48%
ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569
บริษัทมีรายได้จากการให้บริการรวม 228.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 227.20 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิลดลงจาก 20.78 ล้านบาท เหลือเพียง 6.31 ล้านบาท การเติบโตของรายได้มาจากงานออกแบบและงานออกแบบพร้อมก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น แต่ถูกชดเชยด้วยรายได้ที่ลดลงจากงานบริหารโครงการและควบคุมงานก่อสร้าง รวมถึงงานให้บริการอื่น ๆ
ถึงแม้เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/69 จะชะลอตัว แต่อุตสาหกรรมก่อสร้างโดยรวมยังคงขยายตัวจากแรงหนุนของโครงการภาครัฐ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนก่อสร้างที่สูงขึ้น จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง
บริษัทได้ลงนามในสัญญาจ้างงานบริการด้านวิศวกรรมการสำรวจและออกแบบรายละเอียดโครงการในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด มูลค่าสัญญา 22.37 ล้านบาท เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569
วิเคราะห์รายได้และกำไร
- รายได้จากงานออกแบบ: เพิ่มขึ้น 216.22% จากการรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องจากโครงการที่มีอยู่
- รายได้จากงานบริหารโครงการ/ควบคุมงาน: ลดลง 53.93% เนื่องจากปีก่อนมีรายได้จากโครงการขนาดใหญ่ เช่น รถไฟฟ้าสายสีส้ม
- รายได้จากงานออกแบบพร้อมก่อสร้าง: เพิ่มขึ้น 71.10% จากโครงการขนาดใหญ่ เช่น ส่วนต่อขยายระบบขนส่งน้ำมันสายเหนือระยะที่ 3
- รายได้จากงานให้บริการอื่น: ลดลง 89.78% จากการส่งมอบงานโครงการที่แล้วเสร็จ
ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 11.18% สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้ แต่กำไรขั้นต้นลดลง 34.48% และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 23.42% เป็น 15.27% เนื่องจากต้นทุนการให้บริการที่ปรับตัวสูงขึ้นในกลุ่มงานออกแบบพร้อมก่อสร้างและงานบริหารงานโครงการ
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 3.11% จากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากร สวัสดิการ โบนัส และค่าซ่อมแซมบำรุงรักษา
กำไรสุทธิลดลง 69.63% เนื่องจากต้นทุนการให้บริการที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนค่าแรง ค่าดำเนินงาน และวัสดุอุปกรณ์
สินทรัพย์และหนี้สิน
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,042.10 ล้านบาท ลดลง 4.43% จากสิ้นปี 2568 เนื่องจากการลดลงของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น หนี้สินรวม 506.74 ล้านบาท ลดลง 10.74% จากสิ้นปี 2568 ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและหนี้สินตามสัญญา อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงจาก 1.09 เท่า เป็น 0.95 เท่า
ส่วนของผู้ถือหุ้น 535.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.43% จากสิ้นปี 2568 จากผลการดำเนินงานและรายการอื่น ๆ ในส่วนของผู้ถือหุ้น
บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 39.00 ล้านบาท
สรุปและแนวโน้ม
ปัจจัยที่อาจมีผลต่อการดำเนินงานในอนาคต ได้แก่ งบประมาณภาครัฐ การส่งมอบพื้นที่ที่ล่าช้า และผลกระทบจากอุทกภัย
บริษัทฯ มุ่งเน้นการขยายศักยภาพทางธุรกิจ พัฒนากระบวนการบริหารต้นทุน ลงทุนในเทคโนโลยี และขยายฐานลูกค้าเพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโต