https://aio.panphol.com/assets/images/community/17109_29665F.png

CK และ STECON: หุ้นรับเหมาฯ กลับมาน่าสนใจ โบรกฯ ชี้เป้า Re-rate PBV

P/E 8.03 YIELD 2.83 ราคา 15.90 (0.00%)

BLS มอง CK และ STECON กลับมายืนในจุดที่ควรจะเป็น จากงานประมูล PPP ที่เพิ่มขึ้น และความแข็งแกร่งของกำไรที่เปลี่ยนแปลงไป

ไฮไลท์สำคัญ

  • เสถียรภาพรัฐบาลหนุนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน: คาดเห็นโครงการ PPP มูลค่า 2.3-4.8 แสนล้านบาท ใน 1 ปี
  • การแข่งขันเปลี่ยน Landscape: CK และ STECON เป็นผู้รอดและมี Market Share เพิ่มขึ้น
  • กำไรมีเสถียรภาพ: แนวโน้มกำไร 2 ปีนี้ของ CK-STECON มั่นคงขึ้น โดยเฉพาะปี 2026
  • ผลกระทบพลังงานจำกัด: ต้นทุนพลังงานกระทบกำไร CK และ STECON น้อย
  • Re-rating PBV: หากบูมโครงสร้างพื้นฐาน มีโอกาส Re-rate PBV กลับไป 1.2 เท่า

BLS วิเคราะห์ CK-STECON

บล.บัวหลวง (BLS) ปรับคำแนะนำ CK และ STECON เป็น "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมาย CK ที่ 20 บาท และ STECON ที่ 15 บาท มองว่าหุ้นจะกลับมาเล่นรับเสถียรภาพรัฐบาลและการเร่งนโยบายลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

BLS ประเมินว่า:

  • CK: มีโอกาสได้งานมอเตอร์เวย์ M9/M5 และโครงการรถไฟทางคู่จิระ-อุบล
  • STECON: มีศักยภาพรับงานโรงไฟฟ้า และ Data Center

Backlog ของ CK-STECON: คาดว่าจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง หากรัฐบาลเร่งประมูลงานตามแผน

กำไรหลักปี 2026: คาด STECON กำไร 1.5 พันล้านบาท (+49% YoY) และ CK กำไร 2.6 พันล้านบาท (+4% YoY)

ข้อสังเกต

การแข่งขัน: Landscape เปลี่ยนไป ITD ประสบปัญหาหนี้สิน ทำให้ CK และ STECON มี Market Share เพิ่มขึ้น

ต้นทุนพลังงาน: ผลกระทบจำกัดในระยะสั้น แต่ต้องติดตามผลกระทบต่อเนื่องหากสงครามยืดเยื้อ

Re-rating Valuation: BLS มองว่าราคาหุ้นควรกลับไปที่ PBV 1.2 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยช่วงปี 2020-23

สรุป

BLS แนะนำ "ซื้อ" CK และ STECON โดยให้ราคาเป้าหมาย 20 บาท และ 15 บาท ตามลำดับ มองว่าเสถียรภาพรัฐบาลและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ

วิธีคิดราคาเป้าหมาย: อิงจาก PBV ที่ 1.2 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยระยะยาว -0.8SD

โพสต์ล่าสุด