บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
ILM ปี 2568 เติบโตอย่างมั่นคง: รายได้ 9,857 ล้าน กำไรสุทธิพุ่ง 1,467 ล้าน พร้อมเป้าขยายสาขา 20 แห่งภายในปี 2570
P/E 8.92 YIELD 7.52 ราคา 13.30 (0.00%)
ILM ปี 2568 เติบโตอย่างมั่นคง: รายได้ 9,857 ล้าน กำไรสุทธิพุ่ง 1,467 ล้าน พร้อมเป้าขยายสาขา 20 แห่งภายในปี 2570
บริษัท อินเด็กซ์ลิฟวิ่งมอลล์จำกัด (มหาชน) หรือ ILM โชว์ผลงานปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 อย่างน่าประทับใจ โดยรายได้รวมแตะระดับ 9,857 ล้านบาท พร้อมกับกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเป็น 1,467 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) อยู่ที่ 3,120 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจที่สะท้อนความสำเร็จจากการปรับโครงสร้างรายได้และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในสัดส่วนกำไรต่อรายได้ (GP Margin) ที่ปรับเพิ่มขึ้นจาก 45.9% ในปีก่อนหน้า เป็น 47.4% ในปีนี้ แสดงถึงศักยภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างชัดเจน
“การปรับโครงสร้างรายได้และการบริหารต้นทุนอย่างมีระบบ ทำให้ ILM ไม่เพียงเติบโตในตัวเลข แต่ยังสร้างความยั่งยืนในระยะยาว”
จุดเปลี่ยนสำคัญของ ILM ในปีนี้คือการเปลี่ยนผ่านจากโมเดลธุรกิจดั้งเดิมสู่โมเดล Community Mall แบบครบวงจร โดยเฉพาะผ่านโครงการ Little Walk และ Flying Tiger ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม โดยสาขาเชียงรายและสาขาใหม่ในกรุงเทพฯ ต่างทำยอดขายได้สูงกว่าเป้าหมายเดิมถึง 30–40% สะท้อนถึงศักยภาพในการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ และบริษัทตั้งเป้าหมายจะขยายสาขาทั้งสองแบรนด์ให้ครบ 20 แห่งภายในปี พ.ศ. 2570 เพื่อเข้าสู่ระดับเศรษฐกิจสเกล (Economic Scale) ที่สามารถลดต้นทุนและเพิ่มอัตรากำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“สาขาใหม่ในเชียงรายและกรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่ร้านค้า แต่คือศูนย์ชุมชนที่สร้างความผูกพันกับลูกค้าอย่างแท้จริง”
การเติบโตของ Core Profit ที่เพิ่มขึ้น 6.4% YoY สะท้อนถึงกลยุทธ์การควบคุมส่วนลดและการจัดโปรโมชั่นให้ตรงเป้าหมาย โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลและฤดูไฮซีซัน ขณะที่ Non-Core Revenue จากธุรกิจ OEM และ Flying Tiger ยังคงเติบโตในระดับปานกลาง แต่ยังไม่สามารถรับผิดชอบต่อ Core Profit ได้อย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นว่าบริษัทยังเน้นการสร้างฐานรายได้หลักจากธุรกิจหลักอย่างชัดเจน
“แม้จะมีการปิดสาขาเดิมในอุบลราชธานี แต่การเปิดสาขาใหม่ที่กว้างขวางและตอบโจทย์ลูกค้ามากกว่า ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว”
ด้านต้นทุนและภาระทางธุรกิจ ILM ยังเผชิญกับความท้าทายจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่สาขาหาดใหญ่ โดยบริษัทได้ตั้งสำรองค่าเสียหายไว้แล้วประมาณ 70–80% ของมูลค่าความเสียหาย และเริ่มดำเนินการรีโนเวทอย่างจริงจัง พร้อมกับประกันภัยที่เริ่มต้นในต้นปี 2568 โดยครอบคลุมทั้งเฟสก่อสร้าง สต๊อกสินค้า และ Business Interruption คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสสามของปีนี้ นอกจากนี้ การใช้ระบบอัตโนมัติและ AI ยังช่วยลดจำนวนพนักงานในหน่วยผลิตจากเดิม 50 คน เหลือเพียงไม่ถึง 5 คน ทำให้ค่าใช้จ่ายแรงงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
“การล็อกต้นทุนไว้ล่วงหน้า 3 เดือน ช่วยให้ ILM รับมือกับความผันผวนของราคาน้ำมันและต้นทุนขนส่งจากสงครามตะวันออกกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- มีการตั้งสำรองค่าเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมสาขาหาดใหญ่หรือไม่? ใช่ โดยมีการประเมินค่าเสียหายประมาณ 70–80% และตั้งสำรองไว้ในงบประมาณปี 2565 แล้ว
- แนวโน้ม SSHG ในปี 2569 จะเป็นอย่างไร? เห็นแนวโน้มเติบโตในระดับ High Single Digit หากไม่ได้รับผลกระทบจากภายนอกมากเกินไป โดยบริษัทตั้งเป้าหมายเติบโตในช่วง 2568–2571
- การขยายสาขาใหม่มีเป้าหมายเพิ่มเติมไหม? มี เป้าหมายรวม 20 สาขาของ Little Walk และ Flying Tiger ภายในปี 2570 เพื่อเข้าสู่ระดับเศรษฐกิจสเกล
- การใช้ AI และระบบอัตโนมัติช่วยลดต้นทุนได้มากน้อยเพียงใด? ลดจำนวนพนักงานในหน่วยผลิตจาก 50 เหลือไม่ถึง 5 คน และทำให้ค่าใช้จ่ายแรงงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
- ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางมีหรือไม่? มีต่อราคาน้ำมันและต้นทุนขนส่ง แต่บริษัทล็อกต้นทุนไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงรับมือได้ดีในระยะสั้น
- การเติบโตของออนไลน์ส่งผลต่อธุรกิจอย่างไร? มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผ่าน Marketplace ทำให้ยอดขายออนไลน์ยังคงเติบโตได้ดีแม้ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว
- การปิดสาขาอุบลราชธานีเกิดขึ้นจริงหรือไม่? เกิดขึ้นจริง โดยปิดสาขาเดิมที่มีขนาดเล็กและอยู่ในตัวเมือง เพื่อเปิดสาขาใหม่ที่กว้างขวางและตอบโจทย์ลูกค้ามากกว่า
ทั้งหมดนี้ แสดงให้เห็นว่า ILM ไม่ใช่เพียงบริษัทค้าปลีกธรรมดา แต่เป็นผู้นำด้านการปรับโครงสร้างธุรกิจแบบครบวงจร ที่สามารถเติบโตได้แม้ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยยึดหลัก “รายได้ที่มั่นคง + กำไรที่เพิ่มขึ้น + การลงทุนที่คุ้มค่า” เป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตในระยะยาว