บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
ORN ปี 68 เติบโตแรง! รายได้แตะ 2,117 ล้าน กำไรพุ่ง 60% จากไฮไลต์ “ไวท์ฮูเก็ต-แอตต้า-เอสตรา”
P/E 5.17 YIELD 2.56 ราคา 0.78 (0.00%)
ORN ปี 68 เติบโตแรง! รายได้แตะ 2,117 ล้าน กำไรพุ่ง 60% จากไฮไลต์ “ไวท์ฮูเก็ต-แอตต้า-เอสตรา”
บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง (ORN) ปิดปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ด้วยผลงานที่น่าประทับใจ โดยรายได้รวมแตะระดับ 2,117 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 55% จากปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 1,366 ล้านบาท พร้อมกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 226 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 60% จาก 140 ล้านบาทในปีก่อน สะท้อนความแข็งแกร่งของกลยุทธ์การตลาดและการบริหารจัดการโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะจากโครงการไฮไลต์อย่าง “ไวท์ฮูเก็ต” “แอตต้า” “เอสตรา อิฟฟินิส” และ “บีลีฟวงแหวนสังคมแพง” ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันยอดขายและรายได้รวมให้แตะจุดสูงสุดในรอบหลายปี
“การเติบโตของ ORN ในปีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข แต่คือผลลัพธ์จากการวางรากฐานที่มั่นคง พร้อมกลยุทธ์โฟกัสแบรนด์และตลาดเฉพาะกลุ่มอย่างชัดเจน”
ภาพรวมผลประกอบการสะท้อนความสำเร็จในหลายมิติ โดยเฉพาะจากยอดขายล่วงหน้า (Presale Revenue) ที่แตะระดับ 3,600 ล้านบาท และแบล็กล็อก (Backlog) อยู่ที่ 3,170 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ความมั่นคงของรายได้ในอนาคต โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 4 ที่ยอดโอนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากโปรโมชันปลายปีและเครือข่ายเอเจนซีที่ขยายตัว ขณะเดียวกัน บริษัทยังรักษาโครงสร้างหนี้ไว้ในระดับสมดุล โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.0 เป็น 1.2 แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ พร้อมมีศักยภาพในการจ่ายปันผลหากกระแสเงินสดเพียงพอ
“3,600 ล้านบาทจาก Presale และ 3,170 ล้านบาทจาก Backlog ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือ ‘ความมั่นใจ’ ที่ลูกค้ามอบให้ ORN”
การขยายฐานธุรกิจสู่ภูมิภาคเชียงใหม่และสมุย ถือเป็นก้าวสำคัญของปีนี้ โดยเปิดโครงการใหม่ 3 แห่ง มูลค่ารวมประมาณ 2,600 ล้านบาท ซึ่งรวมถึง “The Astra สมุย” ที่มีศักยภาพเติบโตสูงจากความต้องการท่องเที่ยวและเส้นทางคมนาคมที่ดีขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าสู่แนวทางยั่งยืนอย่างจริงจัง โดยออกแบบอาคารสีเขียว (Green Building) ลดคาร์บอนฟู้ดปริ้นท์ และใช้วัสดุย่อยสลายได้ พร้อมตั้งเป้าหมาย “Zero Carbon” ภายในปี 2050 ซึ่งสะท้อนว่า ORN ไม่เพียงเติบโตทางการเงิน แต่ยังสร้างมูลค่าเชิงสังคมและสิ่งแวดล้อม
“ASP สูงถึง 42.7% จากโครงการแนวสูง แสดงว่า ORN ไม่ได้แข่งด้วยราคา แต่แข่งด้วยคุณภาพและประสบการณ์”
ทั้งนี้ บริษัทยังมีพื้นที่ดินสำรอง (Land Bank) อยู่ที่ 400 ล้านบาท และสต็อกอสังหาฯ ที่ยังไม่ขายได้ (Unsold Inventory) จำนวนประมาณ 440 ยูนิต ซึ่งถือเป็นโอกาสในการขยายรายได้ในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อเศรษฐกิจมหภาคเริ่มฟื้นตัวจากนโยบายผ่อนคลาย LTV และลดค่าธรรมเนียมโอนในช่วงปลายปี 2568 ซึ่งช่วยกระตุ้นการโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างมีนัยสำคัญ
“ไม่มีคอนโดใหม่ในไตรมาสแรก-สองของปี 69 แต่มีแบล็กล็อก 1,200 ล้านบาทรอโอน — นี่คือความมั่นคงที่แท้จริง”
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- โครงการ “บีลีฟมหิดล” เสร็จแล้วหรือยัง? ใช่แล้ว! โครงการเสร็จสมบูรณ์และจะเริ่มเปิดขายในวันพรุ่งนี้ โดยคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาสที่สองของปี 2569
- โรงเรียนนานาชาติมิวฮิลล์ มีเป้าหมายกี่คน? เป้าหมายคือ 290 คน โดยในช่วงมกราคม-ธันวาคม 2568 มีนักเรียนเข้ามาแล้ว 260 คน
- มีแผนปันผลเพิ่มไหม? ยังไม่ประกาศได้ทันที เนื่องจากต้องพิจารณากระแสเงินสดและแผนการลงทุน โดยบริษัทกำลังเจรจากับธนาคารเพื่อขอวงเงินสนับสนุนโครงการ ไม่เกิน 50% ของมูลค่า
- โอนคอนโดใหม่ในครึ่งปีแรกไหม? ไม่มีคอนโดใหม่เสร็จในไตรมาสที่หนึ่งและสอง แต่จะมีการโอนจากแบล็กล็อกประมาณ 1,200 ล้านบาท โดยเฉพาะไตรมาสสาม-สี่
- เส้นทางแม่ริมเชียงใหม่มีแผนก่อสร้างไหม? มีการสำรวจแล้ว แต่ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ และขึ้นอยู่กับผลประเมินค่าใช้จ่ายและความเหมาะสม
- ทำไมปันผลถึงน้อยกว่าปกติ? เนื่องจากบริษัทมีการลงทุนในธุรกิจอื่น เช่น โรงเรียนนานาชาติ และต้องรักษาสภาพคล่องเพื่อรองรับโครงการใหม่ในอนาคต
เป้าหมายและสิ่งที่ต้องจับตา (2569)
- ระยะสั้น: เป้าขาย 752 ล้านบาท, เป้าโอนกรรมสิทธิ์ 441 ล้านบาท
- ระยะยาว: เปิดโครงการใหม่ 3 แห่งในเชียงใหม่และสมุย โดยเฉพาะ “The Astra สมุย” และ “The Black Yard มหิดล”
- ต้องจับตา: นโยบาย LTV, สถานะแบล็กล็อก, การพัฒนาโครงการใหม่, ความคืบหน้า Green Building และกระแสเงินสด