https://aio.panphol.com/assets/images/community/16764_A9B851.png

ซีวิลฯ ปิดไตรมาส 4 พุ่งกำไรสุทธิ 35 ล้านบาท แม้ทั้งปีขาดทุน 29 ล้าน — จุดเปลี่ยนจาก “ต้นทุนพุ่ง” สู่ “กำไรกลับมา”

P/E -100.00 YIELD 0.00 ราคา 0.89 (0.00%)

ซีวิลฯ ปิดไตรมาส 4 พุ่งกำไรสุทธิ 35 ล้านบาท แม้ทั้งปีขาดทุน 29 ล้าน — จุดเปลี่ยนจาก “ต้นทุนพุ่ง” สู่ “กำไรกลับมา”

บริษัท ซีวิล เอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ CIVIL ปิดปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ด้วยภาพรวมที่น่าจับตา โดยแม้ผลประกอบการทั้งปีจะขาดทุนสุทธิ 29 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบจากปรับลดงบประมาณโครงการรถไฟและภัยพิบัติแผ่นดินไหว แต่ไตรมาสที่ 4 กลับพลิกสถานการณ์ด้วยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 35 ล้านบาท (หรือ +140% เมื่อเทียบกับปีก่อน) สะท้อนศักยภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและการรักษาความสามารถทำกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในภาวะท้าทาย

“ไตรมาสสุดท้ายของปีไม่ใช่แค่การปิดบัญชี แต่คือจุดเปลี่ยนที่แสดงว่าเราควบคุมต้นทุนได้แม้ในภาวะต้นทุนวัสดุพุ่งสูงขึ้นกว่า 20% และแรงงานขาดแคลนจากกัมพูชา”

ตัวเลขสำคัญที่น่าจับตาคือ อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ที่ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 12.9% ในไตรมาสที่ 4 — สูงกว่าระดับเฉลี่ยปกติที่ 7–9% ซึ่งเกิดจากกลยุทธ์การบริหารจัดการโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในงานทางหลวง เขื่อน และอ่างเก็บน้ำ ที่สามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างแม่นยำ พร้อมรับค่า K (Compensation Index) เพื่อชดเชยต้นทุนเพิ่มขึ้นบางส่วน

“เรารักษาอัตรากำไรไว้เหนือ 10% ได้ในไตรมาสที่ 4 เพราะไม่ใช่โชค แต่คือผลของระบบงาน Agile และการจัดการทรัพยากรอย่างชาญฉลาด”

รายได้รวมตลอดปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ยังคงอยู่ที่ระดับ 4,899 ล้านบาท ซึ่งเท่ากับปีก่อนหน้า แต่สะท้อนถึงความมั่นคงของฐานรายได้แม้ในภาวะเศรษฐกิจผันผวน โดยเฉพาะจากธุรกิจ Core อย่างการรับเหมาก่อสร้างที่ยังรักษาอัตรากำไรเฉลี่ยอยู่ที่ 7–9% ขณะที่ธุรกิจ Non-Core เช่น การจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง กลับเติบโตอย่างโดดเด่น โดยรายได้เพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีอัตรากำไรสูงถึง 40%

“ธุรกิจ Non-Core ไม่ใช่แค่ตัวช่วย แต่คือหัวใจสำคัญในการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้จากภาครัฐเพียงอย่างเดียว”

บริษัทยังคงรักษาสุขภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราแลกเปลี่ยนเครดิตระดับ AAA มาต่อเนื่อง 3 ปี และมี Backlog (งานที่รอเซ็นสัญญา) อยู่ที่ 1,678 ล้านบาท ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการเติบโตในไตรมาสแรกของ พ.ศ. 2569 โดยเฉพาะโครงการทางหลวงพิเศษมูลค่า 1,421 ล้านบาท ที่คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ประมาณ 10–15% ของมูลค่างานในไตรมาสแรก แม้ยังไม่เข้าสู่ช่วง S-Curve อย่างเต็มรูปแบบ

“เราไม่ได้หวังพึ่งงบประมาณภาครัฐเพียงอย่างเดียว — แผนสำรองคือการขยายฐานไปยังภาคเอกชนและโครงการ PPP ในภูมิภาคใต้”

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • กำไรสุทธิไตรมาสที่ 4 เพิ่มขึ้น 35 ล้านบาท (+140%) แต่ทั้งปีขาดทุน 29 ล้านบาท — หมายความว่าอย่างไร?
    แม้ไตรมาส 4 จะทำกำไรได้ดี แต่ช่วงไตรมาส 3 มีผลกระทบจากปรับลดงบประมาณโครงการรถไฟและต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดคิด ส่งผลให้ทั้งปีขาดทุน 29 ล้านบาท
  • อัตรากำไรขั้นต้น 12.9% ในไตรมาส 4 รักษาระดับนี้ได้ไหมในปีหน้า?
    บริษัทตั้งเป้ารักษาระดับนี้ไว้ได้ โดยเฉพาะในงานภาคเอกชนและโครงการขนาดใหญ่ที่มีการจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
  • โครงการทางหลวงพิเศษ 1,421 ล้านบาท มีรายได้รับรู้ในไตรมาสแรกกี่เปอร์เซ็นต์?
    คาดว่าจะอยู่ที่ 10–15% ของมูลค่างาน เนื่องจากยังอยู่ในช่วงเตรียมแคมป์และเริ่มงาน
  • ธุรกิจ Non-Core เช่น การให้เช่าเครื่องจักร มีเป้าหมายรายได้เท่าไร?
    บริษัทตั้งเป้าขยายธุรกิจนี้เพื่อลดความเสี่ยง และวางแผนลงทุนระบบ ERP เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพย์สิน
  • หากงบประมาณภาครัฐล่าช้า จะมีแผนสำรองไหม?
    มีแผน Diversify งานไปสู่ภาคเอกชนและโครงการ PPP โดยเฉพาะในภูมิภาคใต้ และเน้นรักษา cash flow จากงานที่ทำอยู่
  • คาดการณ์ราคาวัสดุก่อสร้างครึ่งปีแรก พ.ศ. 2569?
    คาดว่าราคาเหล็กและน้ำมันจะยังคงผันผวน โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 2–3 ซึ่งอาจส่งผลต่อการขอชดเชยค่า K
  • ผลประกอบการไตรมาสแรก พ.ศ. 2569 จะเติบโตต่อเนื่องไหม?
    มีแนวโน้มกลับมาแข็งแกร่งขึ้น เนื่องจากงานหลายโครงการเข้าสู่ช่วง S-Curve และบริษัทมีแผนบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในระยะยาว ซีวิลฯ มุ่งพัฒนาตนเองเป็น High Standard Contractor โดยเน้นระบบ Agile, ความปลอดภัย (ISO 45001), สิ่งแวดล้อม (ISO 14001) และการบริหารจัดการที่โปร่งใส พร้อมขยายฐานธุรกิจสู่ภาคเอกชนและโครงการ PPP เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะ 2–3 ปีข้างหน้า

โพสต์ล่าสุด