https://aio.panphol.com/assets/images/community/16739_573D70.png

SNP เติบโตจาก “ถดถอย” สู่ “มาร์จิ้นดีขึ้น” ด้วยกลยุทธ์ใหม่-ต้นทุนควบคุมได้ในปี 2568

P/E 16.80 YIELD 5.62 ราคา 8.90 (0.00%)

SNP เติบโตจาก “ถดถอย” สู่ “มาร์จิ้นดีขึ้น” ด้วยกลยุทธ์ใหม่-ต้นทุนควบคุมได้ในปี 2568

หุ้น SNP ปิดไตรมาส 4 ของปีงบประมาณ 2568 (FY 2025) ด้วยผลงานที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านอย่างชัดเจน จากภาวะ “หยุดการถดถอยของรายได้” สู่ “การกลับมามีมาร์จิ้นที่ดีขึ้น” ด้วยกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน: การปรับสเปคผลิตภัณฑ์ใหม่ (Bacon Cake, Pop Cake), การขยายตลาดต่างประเทศผ่านโมเดล London-S&P Express และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วย Lean-Manufacturing พร้อมจัดซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าผ่าน Forward Contract ส่งผลให้บริษัทสามารถรักษา Gross Margin ไว้ที่ระดับ 55.7% ในปีนี้ แม้เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“เราไม่ได้แค่หวังให้ยอดขายดีขึ้น แต่ต้องทำให้มาร์จิ้นดีขึ้นในทุกหน่วยธุรกิจ”

รายได้รวมของ SNP ในปีงบประมาณ 2568 อยู่ที่ 5,642 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 271 ล้านบาท แม้ข้อมูลกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) จะไม่ได้เปิดเผย แต่การปรับโครงสร้างต้นทุนและการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ช่วยให้บริษัทสามารถรักษา Gross Margin ไว้ได้แม้ในภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้า Gen Y ที่มีสัดส่วนถึง 40% และ Gen X 30% ซึ่งเป็นกลุ่มหลักของร้าน S&P Express และร้านแบบ Self-Service

“Take-away ยังคงเป็นหัวใจของธุรกิจ โดยคิดเป็น 60% ของยอดขายทั้งหมด”

กลยุทธ์การขยายโมเดล Self-Service ผ่านร้าน S&P Express ได้ผลดีอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในสาขาโรงพยาบาลพญาไท ที่สามารถ “ตรงตามเป้า” ได้ตั้งแต่เปิดดำเนินการครั้งแรก และมีแผนขยายเพิ่มอีก 3–5 สาขาภายในปี 2569 พร้อมเปิดโมเดลใหม่ในพื้นที่ห้างใหญ่ เช่น Big C, Siam Paragon โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้า Gen Y-C ที่มีสัดส่วนถึง 70–80% ของยอด Take-away ซึ่งสะท้อนความสำเร็จในการปรับผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

“ยอดขายคุกกี้กล่องโลหะเกินเป้าหมาย — นี่คือสัญญาณว่าแบรนด์เริ่มสร้างความผูกพันได้”

บริษัทยังคงเน้นการใช้ Content-creator และสร้าง UGC (User Generated Content) เพื่อลดต้นทุนการตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้า Gen Z ที่มีแนวโน้มสูงในการแชร์ประสบการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย ขณะเดียวกัน ยอดสมาชิกบัตร S&P ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อยู่ที่ประมาณ 300,000 คนต่อปี สะท้อนถึงความภักดีของลูกค้าในกลุ่มหลัก

“การควบคุมต้นทุนผ่าน Forward Contract 6–12 เดือน คือหัวใจสำคัญของแผน 2569”

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • ปัจจัยบวกในปี 2569: ความตื่นตัวในตลาด, การเปิดตัวโมเดล Wing Stock, และการขยายโมเดล Self-Service ในพื้นที่ห้างใหญ่และสนามบิน
  • ปัจจัยลบ: ราคาน้ำมันที่ยังผันผวน และความไม่แน่นอนของต้นทุนวัตถุดิบ แม้จะใช้ Forward Contract เพื่อลดความเสี่ยง
  • เป้าหมายระยะสั้น (FY 2026): เพิ่ม Same-Store Sales Growth จาก -7% เป็น +3% และปรับ Gross Margin ไปที่ 58–60%
  • เป้าหมายระยะยาว (FY 2027–2028): ขยายโมเดล Self-Service ให้ได้ 10 สาขา, เพิ่มส่วนแบ่งตลาดใน Gen Y-C ถึง 35%, และลดค่าใช้จ่ายคงที่ (fixed cost) ได้ 5%
  • สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศ: ยังไม่ชัดเจน แต่มีแผนเปิดสาขาในลอนดอนและสนามบิน โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติประมาณ 50%
  • สัดส่วนพื้นที่ร้าน: ร้านอาหาร约占 70% (รวมครัว), เบเกอรี่约占 30% (เน้น Take-away)

ทั้งหมดนี้ สะท้อนว่า SNP ไม่ได้แค่ “รอด” จากภาวะถดถอย แต่กำลังก้าวขึ้นสู่โมเดลธุรกิจใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่ม และสามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานยังคงเป็นแรงกดดันหลักของอุตสาหกรรมอาหาร

โพสต์ล่าสุด