https://aio.panphol.com/assets/images/community/16149_FA8769.png

ACE ฟันท้ายปี! รายได้พุ่ง 1,808 ล. กำไรสุทธิ 222 ล. ตอกย้ำผู้นำพลังงานสะอาด

P/E 15.63 YIELD 0.78 ราคา 1.28 (0.00%)

ACE ฟันท้ายปี! รายได้พุ่ง 1,808 ล. กำไรสุทธิ 222 ล. ตอกย้ำผู้นำพลังงานสะอาด

บริษัทแอ๊บโซลูทคลีนเอ็นเนอร์จีจำกัด (ACE) ได้ส่งท้ายปีด้วยผลประกอบการที่แข็งแกร่องค์กรในปี 2568 หรือปีค.ศ. 2025 โดยภาพรวมยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกหน่วยธุรกิจ (BU) ยกเว้นโรงไฟฟ้าโคเจนที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น ราคา ก๊าซธรรมชาติที่ลดลงและชั่วโมงแชคดาวน์ที่สูงขึ้นในโรงไฟฟ้าเบลแมส แต่การเติบโตของโครงการโซล่าฟาร์มและโซล่ารูฟท็อปยังคงเป็นดาวเด่นในการขับเคลื่อนกำไรขั้นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผลประกอบการเริ่มสะท้อนความเป็นจริงของธุรกิจได้อย่างชัดเจนในช่วงไตรมาสสามเป็นต้นไป

จุดเปลี่ยนที่น่าสนใจในปีนี้คือการยุติโครงการโรงไฟฟ้าชิวมวลศรีสะเกษอย่างถาวร ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ส่งผลให้กำลังการผลิตติดตั้งและกำลังการผลิตเสนอขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ACEยังคงรักษาภาพลักษณ์ด้านความยั่งยืน (ESG) ได้อย่างโดดเด่น โดยได้รับ ESG Rating ระดับ AAA จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นปีที่สองติดต่อกัน และยังคงมีผลงานในการลดการปล่อยคาร์บอนและกำจัดขยะชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ผลการดำเนินงานแสดงให้เห็นรายได้รวมที่แข็งแกร่งถึง 1,808 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) หรือ Core Profit ที่ 517 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณของความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งของบริษัท นอกจากนี้ กำไรสุทธิ (Net Profit) ยังเติบโตอย่างน่าประทับใจที่ 222 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพในการดำเนินงานของ ACE

“ผลประกอบการในปี 2568 แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวของบริษัทในการรับมือกับความท้าทายต่างๆ และยังคงมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานสะอาดไปข้างหน้า”

ในด้านการวิเคราะห์ Core vs Non-Core พบว่า Core Profit เติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 18.1% จากปี ก่อนหน้า (230 ล้านบาท) เป็น 270 ล้านบาทในช่วงไตรมาสสี่ที่ผ่านมา ขณะที่ Non-Core Profit มีแนวโน้มลดลงเนื่องจากราคา น้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง ส่งผลให้ Net Profit มีการลอยตัวชั่วคราว โดยกำลังการผลิตติดตั้ง (MW) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 4,392 เมกกะวัตต์ในปี 2567 เป็น 4,422 เมกกะวัตต์ในปี 2568 และกำลังการผลิตเสนอขาย (MW) เพิ่มขึ้นจาก 3,370 เมกกะวัตต์ เป็น 3,431 เมกกะวัตต์

ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากกลยุทธ์ที่ได้ผลอย่างต่อเนื่อง โดยการขยายโครงการโซล่าฟาร์มแบบติดตั้งบนพื้นดินและโซล่ารูฟท็อปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มี COD (Commercial operation date) เพิ่มขึ้น 3 โครงการในช่วงไตรมาสสี่ ซึ่งรวมถึงโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา 2 โครงการ นอกจากนี้ บริษัทยังมีการปรับโครงสร้างการจ่ายปันผลอย่างระมัดระวัง เพื่อรักษากระแสเงินสดสำหรับการลงทุนระยะยาว

“การขยายตัวของโครงการโซล่าฟาร์มและโซล่ารูฟท็อปเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญในการเพิ่มรายได้และกำไรของบริษัท และสอดคล้องกับเป้าหมายของการพัฒนาพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน”

อย่างไรก็ตาม บริษัทก็เผชิญกับอุปสรรคบางประการเช่นกัน โดยเฉพาะการยุติโครงการโรงไฟฟ้าชิวมวลศรีสะเกษซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตติดตั้งและกำลังการผลิตเสนอขายอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ปัจจัยภายนอก เช่น ราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลงและอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่า ก็ส่งผลกระทบต่อรายได้ของโรงไฟฟ้าโคเจนและกำไรพิเศษจากอัตราแลกเปลี่ยนเช่นกัน

แม้จะมีความท้าทาย แต่ ACE ยังมีแผนรองรับความเสี่ยงต่างๆ เช่น สูตรราคาขายไฟฟ้าที่ปรับตามต้นทุนเชื้อเพลอง และการกระจายความเสี่ยงผ่านการเจรจาเรียกดอกเบี้ยปลายตัวในบางโครงการ บริษัทมีเป้าหมายระยะสั้นในการเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งโซล่าฟาร์มและโซล่ารูฟท็อปลง 9 แห่ง ในปี 2568–2569 และมีเป้าหมายระยะยาวในการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และขยายฐานลูกค้าพลังงานสะอาดในภาคเอกชน

สิ่งสำคัญที่ต้องจับตามองคือการเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงานของรัฐบาลที่อาจส่งผลต่อการจัดสรรสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA), การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนและราคาน้ำมันโลกที่อาจกระทบต่อรายได้จากโรงไฟฟ้าโคเจนและไบโอแมส และความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งนำเข้าพลังงาน เช่น ก๊าซธรรมชาติจากเมียนมาร์ แม้ว่าบริษัทจะมีความหลากหลายของแหล่งจัดหา

เจาะประเด็งร้อน (Q&A)

Q: โครงการโรงไฟฟ้าขยะที่อุดรและนครราชสีมาจะสามารถเริ่มดำเนินการเชิงพาณิจย์ (COD) ได้ตามกำหนดเวลาเดิมหรือไม่?

A: คาดว่าโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุดร (ลำดับที่ 11) จะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิจย์ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าขยะนครราชสีมา (ลำดับที่ 12) จะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิจย์ในปี 2568 ตามแผนที่วางไว้

Q: บริษัทมีแผนในการปรับโครงสร้างทางการเงินเพื่อรองรับสถานการณ์ราคา ก๊าซธรรมชาติที่ผันผวนหรือไม่?

A: บริษัทมีแผนในการบริหารความเสี่ยงโดยใช้วิธีดอกเบี้ยอ้างอิงที่หลากหลาย เช่น MLR และดอกเบี้ยนโยบาย และมีการเจรจาเรียกดอกเบี้ยปลายตัวในบางโครงการ เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติ

Q: ทำไมบริษัทจึงตัดสินใจจ่ายเงินปันผลในอัตราที่ต่ำกว่าปกติในไตรมาสล่าสุด?

A: การตัดสินใจจ่ายเงินปันผล 1 สตางค์ต่อหุ้น เป็นเพียงการเสนอจากคณะกรรมการบริษัท ซึ่งยังไม่ได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นในการประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นประจำปี (AGM) บริษัทมีความตั้งใจที่จะรักษากระแสเงินสดสำหรับการลงทุนในโครงการระยะยาว และคาดว่าจะมีโอกาสจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นในอนาคต

Q: ACE มีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างไรบ้าง และบริษัทมีมาตรการป้องกันอย่างไร?

A: ความเสี่ยงหลักที่เกี่ยวข้องกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์นั้นเป็นไปในลักษณะทางอ้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อโครงการไบโอแมส เนื่องจากอาจเกิดความขาดแคลนเชื้อเพลิงและการปรับขึ้นราคาส่งมอบ สำหรับก๊าซธรรมชาติ บริษัทมีความหลากหลายของแหล่งจัดหา และสูตรราคาขายไฟฟ้ามีการปรับตามราคาก๊าซธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอ

โพสต์ล่าสุด