https://aio.panphol.com/assets/images/community/15989_C97577.png

SO ปี 2568: รายได้ทะลุ 2,825 ล้าน เติบโต 10% กำไรสุทธิพุ่ง 48% จากโมเดล BPO ที่เน้น “ผลลัพธ์” และ AI

P/E 9.66 YIELD 8.22 ราคา 4.64 (0.00%)

SO ปี 2568: รายได้ทะลุ 2,825 ล้าน เติบโต 10% กำไรสุทธิพุ่ง 48% จากโมเดล BPO ที่เน้น “ผลลัพธ์” และ AI

บริษัทสยามราชธานีจำกัด(มหาชน) หรือ SO ปิดบัญชีไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2568 ด้วยผลงานที่น่าประทับใจ โดยรายได้รวมแตะระดับ 2,825 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งกระฉูดถึง 227 ล้านบาท หรือเติบโต 48% อย่างโดดเด่น สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์การปรับโครงสร้างธุรกิจสู่โมเดล Outsource Services แบบครบวงจร ที่เน้น “ผลลัพธ์ตาม SLA” และ “การลดภาระการบริหารจัดการ” ให้กับลูกค้า โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจผันผวนและนโยบายภาครัฐเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

“เราไม่ได้แข่งขันด้วยราคาอีกต่อไป แต่แข่งด้วยคุณค่าของผลลัพธ์ที่ส่งมอบ และศักยภาพของมนุษย์ที่ถูกเสริมพลังด้วย AI”

ความสำเร็จนี้มาจากการปรับตัวอย่างมีกลยุทธ์ โดยเฉพาะการเน้นธุรกิจ Core อย่าง Soul People ซึ่งครองสัดส่วนรายได้ถึง 71% และเติบโต 10% จากการขยายทีมพนักงานขับรถเพิ่มขึ้นกว่า 1,000 คน พร้อมกับใช้เทคโนโลยี AI ช่วยประมวลผลข้อมูลอัตโนมัติ (OCR) และระบบ LLM ลดเวลาการทำงานและเพิ่มความแม่นยำของข้อมูลถึง 99% อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้อยู่ที่ 15.5% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาด และเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

“AI ไม่ได้มาแทนที่คน แต่มันคือเครื่องมือที่ช่วยให้พนักงานโฟกัสที่ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น การบริหารลูกค้าหรือตัดสินใจเชิงกลยุทธ์”

ในขณะเดียวกัน ธุรกิจ Soul Green แม้จะมีรายได้ลดลง 6% จากภาวะแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง แต่กลับมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นสูงถึง 22% ด้วยการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ และเน้นงานคุณภาพสูง โดยเฉพาะงานภูมิทัศน์ระดับชาติที่มีแผนขยายสัญญาในปีงบประมาณ 2569 อีกทั้งยังมีอัตราการต่อสัญญา (Renewal Rate) สูงถึง 90% และอัตราการใช้งานทรัพยากร (Utilization Rate) อยู่ที่ 92% ซึ่งสะท้อนความมั่นคงของฐานลูกค้าและประสิทธิภาพการดำเนินงาน

“รายได้ลด แต่กำไรเพิ่ม — นั่นคือสัญญาณของโมเดลธุรกิจที่แข็งแรง ไม่ใช่แค่ขายแรงงาน แต่ขายผลลัพธ์”

SO ยังคงเดินหน้าพัฒนาโมเดล BPO (Business Process Outsourcing) แบบครบวงจร โดยครอบคลุมตั้งแต่การสรรหาบุคลากร (Recruitment), การจ่ายเงินเดือน (Payroll), การบริหารงาน (BPO) ไปจนถึงการจัดการผลลัพธ์ตาม SLA โดยมีเป้าหมายระยะสั้นในปีงบประมาณ 2569–2570 ให้รายได้รวมเติบโตอย่างน้อย 10% และอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า 15% ส่วนเป้าหมายระยะยาวในปี 2569–2571 คือการกลายเป็นผู้นำด้าน Outsource Services ในประเทศไทย โดยใช้แพลตฟอร์ม AI รองรับงานด้าน Data Processing, ETL, Labelling และ Automation

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • SO มีผลกระทบจากฐานเงินเดือนประกันสังคมใหม่ที่เพิ่มเป็น 17,500 บาทหรือไม่? ใช่ แต่มีผลกระทบจำกัดอยู่ที่ประมาณ 500,000 บาทต่อปี โดยแบ่งเป็นเอกชน ~200,000 บาท (ปรับราคาบริการแล้ว) และภาคราชการ ~300,000 บาท (รอปรับสัญญาใหม่ในรอบปีงบประมาณ)
  • ธุรกิจ Soul Green จะเติบโตได้อีกไหม? รายได้อาจชะลอจากภาวะแข่งขันราคา แต่อัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 22% และมีแผนขยายงานภูมิทัศน์ระดับชาติในปี 2569
  • SO จะเน้นธุรกิจใดในอนาคต? เน้น BPO ครบวงจร โดยเฉพาะ Soul People และ Soul View ซึ่งเพิ่มรายได้ +18% จากการให้บริการรถยนต์เช่าเพิ่มขึ้นกว่า 300 คัน
  • AI จะแทนที่แรงงานหรือไม่? ไม่ใช่ แต่เป็นเครื่องมือเสริม เพื่อลดงานซ้ำซาก เช่น การตรวจสอบข้อมูล (Verify) ให้เร็วขึ้น 99% และลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์
  • อัตราการเติบโตของรายได้รวมจะเป็นอย่างไรในปี 2569? เป้าหมายคือเติบโตอย่างน้อย 10% จากงบประมาณปีก่อน และเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นให้สูงกว่า 15%

SO ยังคงเป็นหนึ่งในหุ้น Outsource Services ที่มีศักยภาพเติบโตสูงในภาวะเศรษฐกิจผันผวน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับตัวเลขที่ชัดเจน: รายได้รวม 2,825 ล้านบาท, กำไรสุทธิ 227 ล้านบาท, อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ย 15.5% (Core), อัตราการใช้งานทรัพยากร 92%, อัตราการต่อสัญญา 90%, และรายได้คงตัวจากธุรกิจที่มี recurring revenue สูงถึง 71% — ทั้งหมดนี้คือพื้นฐานของโมเดลที่ “สร้างคุณค่า” ไม่ใช่แค่ “ขายแรงงาน”

โพสต์ล่าสุด