บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
CK: FSSIA ปรับลดราคาเป้าหมายเหลือ 17 บาท แม้ผลประกอบการปี 2569 ยังเติบโต
P/E 8.03 YIELD 2.83 ราคา 15.90 (0.00%)
FSSIA ปรับลดราคาเป้าหมาย CK สู่ 17 บาท แม้คาดการณ์ผลกำไรปี 2569 ยังเติบโตได้จาก Backlog ที่แข็งแกร่ง แต่ยังคงแนะนำ "ซื้อ" เนื่องจากราคาหุ้นยังต่ำเมื่อเทียบกับมูลค่าทางบัญชี
ประเด็นสำคัญ
- FSSIA คาดการณ์กำไร Q4/2568 จะพลิกเป็นกำไรจากที่ขาดทุนใน Q4/2567 แต่จะลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
- การประมูลงานใหม่มีแนวโน้มชะลอตัวจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ แต่ Backlog ที่แข็งแกร่งของ CK จะยังคงขับเคลื่อนธุรกิจก่อสร้างในปี 2569
- FSSIA ปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 17 บาท (SOTP) ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมือง
ผลการดำเนินงานและประมาณการ
FSSIA คาดการณ์กำไรสุทธิ Q4/2568 อยู่ที่ 100-200 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 171 ล้านบาทใน Q4/2567 แต่ลดลงจาก 1.7 พันล้านบาทใน Q3/2568 เนื่องจากกำไรพิเศษและการแบ่งกำไรจาก BEM และ CKP ที่ลดลงตามฤดูกาล ธุรกิจก่อสร้างใน Q4/2568 คาดว่าจะทรงตัว q-q แต่เติบโต y-y โดยมีรายได้เกิน 1 หมื่นล้านบาท และ GPM ที่ 7.8%
Backlog สิ้นปี 2568 คาดอยู่ที่ 1.7 แสนล้านบาท ลดลงจาก 2.1 แสนล้านบาทในปี 2567 เนื่องจากขาดโครงการใหม่ แต่ยังคงแข็งแกร่งและเพียงพอที่จะรองรับรายได้ในอีก 4 ปีข้างหน้า โครงการภาครัฐใหม่ๆ คาดว่าจะล่าช้าไปจนถึง H2/2569 หลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่
FSSIA คาดการณ์รายได้จากการก่อสร้างในปี 2569 จะทรงตัวในระดับสูงที่ 4.4-4.5 หมื่นล้านบาท โดยมี GPM ที่ 7.5-8.0% ขับเคลื่อนโดยงานในช่วงต้นของรถไฟฟ้าสายสีส้ม รวมถึงความคืบหน้าของรถไฟฟ้าสายสีม่วงและโครงการรถไฟทางคู่เด่นชัย อย่างไรก็ตาม โครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบางคาดว่าจะเข้าสู่ช่วงท้าย โดยมีส่วนร่วมรายได้รายไตรมาสลดลงเหลือ 1-2 พันล้านบาท จาก 2-3 พันล้านบาทในปี 2568
ข้อสังเกตและวิธีคิด
FSSIA ปรับประมาณการรายได้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ประมาณการกำไรหลักเพิ่มขึ้นเป็น 2.2 พันล้านบาท (+51% y-y) ในปี 2568 และเติบโต 4% ในปี 2569 อย่างไรก็ตาม ได้ปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 17 บาท (SOTP) เพื่อสะท้อนถึง EV/EBITDA ที่ต่ำลงสำหรับธุรกิจก่อสร้าง เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมือง
ราคาเป้าหมายใหม่คำนวณโดยวิธี Sum of The Parts (SOTP) โดยประเมินมูลค่าของแต่ละธุรกิจย่อย (Construction, BEM, CKP, TTW) แยกกัน แล้วนำมารวมกัน หักลบด้วยหนี้สินสุทธิ เพื่อให้ได้มูลค่าที่เหมาะสมของ CK
สรุป
FSSIA ยังคงแนะนำ "ซื้อ" CK แม้จะปรับลดราคาเป้าหมายลง เนื่องจากมองว่าหุ้นยังคง Under Value โดยซื้อขายที่ P/BV เพียง 0.7 เท่าของประมาณการปี 2569 (-2.5SD) อย่างไรก็ตาม FSSIA มองว่า Catalyst ในระยะใกล้อาจมีจำกัด เนื่องจากผลประกอบการ Q4/2568 - Q1/2569 ยังไม่โดดเด่น และการประมูลโครงการใหม่ยังล่าช้า
ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความล่าช้าในการลงนามโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม, การประมูลที่ล่าช้าและโครงการใหม่น้อยกว่าที่คาด, ความไม่แน่นอนทางการเมือง, ความคืบหน้าในการก่อสร้างที่ช้ากว่าที่คาดและต้นทุนที่สูงเกิน, ต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น, การขาดแคลนแรงงาน และการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ