https://aio.panphol.com/assets/images/community/13339_1164A2.png

OR คงเป้า Lifestyle โตต่อเนื่อง Mobility เน้นรักษาระดับ Margin

P/E 13.35 YIELD 2.94 ราคา 13.60 (0.00%)

ไฮไลท์สำคัญ

OR ยังคงแผนกลยุทธ์เน้นระบบนิเวศ (eco-system) มากกว่าการแข่งขันด้านราคา โดยจะไม่เร่งขยายสาขาเพื่อเพิ่มปริมาณ แต่จะเน้นการบริหารจัดการต้นทุนเพื่อเพิ่มอัตรากำไร

ธุรกิจ Mobility และ Lifestyle

Krungsri Securities (KSS) คาดการณ์การเติบโตของ OR ในปี 2568-2569 จะมาจากการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นต่อลิตร และการเติบโตของธุรกิจ Lifestyle จากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง

ผู้บริหาร OR คาดว่าการเติบโตในปี 2569 จะมาจากธุรกิจ Lifestyle ที่ขยายตัวต่อเนื่อง และธุรกิจ Mobility ที่ปริมาณการขายน้ำมัน Jet เพิ่มขึ้น โดยจะรักษาระดับกำไรขั้นต้นต่อลิตรไว้ที่ประมาณ 1 บาทต่อลิตร (9M25 อยู่ที่ 0.96 บาทต่อลิตร)

ธุรกิจ Mobility จะไม่เน้นการแข่งขันด้านราคา โดยมีเป้าหมายขยายสถานีบริการน้ำมันในปี 2568 ที่ 80-100 สาขา (9M25 ขยายไปแล้ว 22 สาขา) และจะขยายต่อเนื่องในปี 2569 โดยปริมาณการขายน้ำมันจะได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มลูกค้า Commercial ที่การท่องเที่ยวเติบโตหนุนการขายน้ำมัน Jet

ธุรกิจ Lifestyle มีโอกาสขยายตัวต่อเนื่องในปี 2569 ตามตลาดกาแฟที่คาดว่าจะเติบโต 6-7% โดยมีเป้าหมายขยายสาขาในปี 2568 ที่ 285 สาขา (9M25 ขยายไปแล้ว 151 สาขา)

ข้อสังเกตและประเด็นอื่นๆ

OR อยู่ระหว่างการปรับแผนกลยุทธ์ธุรกิจในกัมพูชาในไตรมาส 4/2568 โดยสถานการณ์ยังคงที่และผลการดำเนินงานยังทรงตัวจากไตรมาส 3/2568

บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาการลงทุนและจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้น เนื่องจากแนวโน้มการเปิดสาขาในอัตราที่ลดลงและภาระ CAPEX ที่ลดลง โดยผู้บริหารมองว่ามีโอกาสที่จะพิจารณาจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น โดยพิจารณาควบคู่ไปกับผลการดำเนินงานในครึ่งปีหลังของปี 2568 รวมถึงบริษัทยังมีการลงทุนที่อยู่ระหว่างการศึกษาซึ่งคาดว่าจะมีความคืบหน้าในช่วงต้นปี 2569

คำแนะนำและราคาเป้าหมาย

KSS ให้คำแนะนำ "Buy" สำหรับ OR โดยมีราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 18.0 บาท/หุ้น (WACC 8%)

KSS มองว่าต้นทุนน้ำมันที่ผันผวนในไตรมาส 4/2568 จากภาวะอุปทานตึงตัวและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยกดดันในระยะสั้น แต่คาดว่าหลังผ่านช่วงฤดูหนาว (กลางไตรมาส 1/2569) ส่วนต่างราคาปิโตรเลียม (Petroleum Spread) มีแนวโน้มกลับสู่ระดับปกติ ส่งผลให้กองทุนน้ำมันกลับมาเป็นบวกและภาครัฐลดการแทรกแซง ซึ่งจะสนับสนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นต่อลิตรและธุรกิจ Mobility ฟื้นตัวต่อเนื่อง หนุนกำไรปี 2568-2569 เติบโตเฉลี่ย 23% CAGR เมื่อเทียบกับ PER ที่ประมาณ 14-15 เท่า

โพสต์ล่าสุด